FinSpace

ผลตอบแทนกองทุนรวม มาจากไหน ? มีอะไรบ้าง ? I กองทุนรวม 101 สำหรับมือใหม่

มาจากไหน

ผลตอบแทนของกองทุนรวม มีที่มาจากไหนบ้างนะ ? สิ่งที่เราต้องรู้ก่อนลงทุนก็คือ กองทุนแต่ละประเภทก็มีที่มาของผลตอบแทนไม่เหมือนกัน ลองไปดูกันเลยว่าผลตอบแทนสามารถมาจากแหล่งไหนได้บ้าง

โดยอันดับแรกอยากให้ลองมองกองทุนรวมเป็นเหมือนกองทรัพย์สินกองกลางกองหนึ่งที่มีสถานะเป็นบุคคลด้วยตัวเอง เมื่อกองทุนนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ตามนโยบายที่ได้ระบุเอาไว้แต่แรก ก็จะได้ผลตอบแทนกลับมาตามที่จะเป็นดอกผลของสินทรัพย์ที่ลงทุนนั้น ๆ

Advertisements

ตัวอย่างเช่น กองทุนหุ้นนำเงินสดในกองทุนไปซื้อหุ้นรายตัว เมื่อหุ้นที่กองทุนถือมีการจ่ายปันผล กองทุนก็ได้รับปันผล และหากราคาหุ้นที่กองทุนถือมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากตอนที่กองทุนซื้อ กองทุนก็ได้รับประโยชน์ในรูปแบบส่วนต่างราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นนั้นด้วย 

หากเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ก็แล้วแต่ว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นถูกนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบอะไร เป็นโรงแรมก็ได้ส่วนแบ่งค่าบริการโรงแรม เป็นอาคารสำนักงานก็ได้ส่วนแบ่งกำไรค่าเช่า หรือหากเป็นกรณีที่ได้ถือสิทธิความเป็นเจ้าของในอสังหาริมทรัพย์ ก็ได้ประโยชน์ในรูปแบบส่วนต่างของราคาอสังหาฯ ที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นต้น 

โดยผลตอบแทนที่เราจะได้รับจากการลงทุนในกองทุนรวมนั้น มีดังนี้

1. Capital Gain คืออะไร ?

Capital Gain เป็นผลตอบแทนที่มีโอกาสได้รับจากการลงทุนในกองทุนรวมทุกประเภท นั่นคือเมื่อเราได้ลงทุนในกองทุนรวมหนึ่ง ต่อมากองทุนนั้นมีสินทรัพย์สุทธิสะสมยิ่งมากขึ้น ก็จะส่งผลให้มูลค่าต่อหน่วยลงทุน หรือ NAV ต่อหน่วยยิ่งเพิ่มขึ้นเช่นกัน

Capital Gain คืออะไร ?

เช่น วันหนึ่งเราซื้อกองทุน A ด้วยเงินจำนวน 1,000 บาท ซึ่ง ณ ขณะนั้นกองทุนมี NAV ต่อหน่วยอยู่ที่ 10 บาท ก็จะทำให้เราได้รับหน่วยลงทุนมาถือครองจำนวน 100 หน่วย  

ต่อมาเมื่อกองทุนสินทรัพย์สุทธิสูงขึ้น เฉลี่ยต่อหน่วยลงทุนแล้วกลายเป็นมูลค่า 20 บาท เมื่อเราขายหน่วยลงทุนที่ถือไว้ออกมาทั้งหมด 100 หน่วย ก็จะได้รับประโยชน์ในรูปแบบส่วนต่าง NAV ที่เพิ่มขึ้นเป็น (20 – 10) x 100 = 1,000 บาท 

อย่างไรก็ตามเมื่อสินทรัพย์ของกองทุนอาจเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่มีความผันผวนในแต่ละช่วงเวลา มูลค่าต่อหน่วยลงทุนก็เลยมีความผันผวนในแต่ละช่วงเวลาด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ ณ วันนี้เราดู NAV ต่อหน่วยเป็นราคาหนึ่ง วันต่อมาอาจเป็นอีกราคาหนึ่งก็ได้ จะเห็นได้ว่าหากเรายังไม่ได้ทำคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนออกมา ผลตอบแทนที่เห็นว่าเป็นส่วนต่างของ NAV ต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้นก็จะเป็นเพียงตัวเลขในหน้าจอมือถือเท่านั้น เรียกว่า Unrealized Profit แต่หากได้มีการทำคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนออกมาแล้ว กลายเป็นกำไรค่าขายคืนที่เข้าบัญชีธนาคารเราแล้วจริง ๆ ถึงจะเรียกว่าเป็น Realized Profit  

อีกข้อที่ควรรู้คือ ผลตอบแทนจาก Capital Gain รูปแบบนี้ จะเป็นผลตอบแทนที่ได้รับยกเว้นภาษี นั่นคือเข้ากระเป๋าเราแล้วเข้ากระเป๋าเราเลย สิ้นปีไม่ต้องเอามายื่นเสียภาษีอีก

2. Dividend คืออะไร ?

Dividend หรือเงินปันผล เป็นผลตอบแทนที่มีโอกาสได้รับต่อเมื่อได้ลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายจ่ายปันผลเท่านั้น สังเกตได้จากชื่อกองทุนที่ส่วนมากจะมีคำว่าปันผล หรือมีตัวอักษร “D” ย่อมาจาก “Dividend” โดยกองทุนที่มีนโยบายจ่ายปันผลจะระบุเอาไว้แต่แรกว่าจะจ่ายปันผลไม่เกินกี่ครั้งต่อปี ผู้สนใจลงทุนในกองทุนปันผล สามารถสังเกตศักยภาพในการจ่ายปันผลของกองทุนได้จาก Fund fact sheet ของกองทุน ซึ่งจะระบุประวัติการจ่ายปันผล ว่าจ่ายให้สม่ำเสมอตามที่ได้บอกไว้จริงหรือไม่ และจ่ายให้เป็นจำนวนเท่าไหร่ 

สังเกตได้ว่าการที่กองทุนจ่ายปันผลออกมาให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้ ก็เหมือนการที่กองทุนตัดสินใจขายสินทรัพย์สุทธิในวันนี้ ออกมาเป็นเงินสดเข้าบัญชีผู้ถือหน่วยลงทุนเลย ซึ่งผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นนั่นคือ สินทรัพย์สุทธิในกองทุนเองจะลดลง โดยที่หน่วยลงทุนยังเท่าเดิม ทำให้ NAV ต่อหน่วยมีมูลค่าลดลงตาม หากลองดูการเคลื่อนไหวของ NAV ของกองทุนปันผล จึงมักเห็นว่าไม่เติบโตเท่ากองทุนที่ไม่จ่ายปันผล

Dividend คืออะไร

ตามตัวอย่าง กรณีกองทุนมีสินทรัพย์สุทธิ 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็นหน่วยลงทุน 1,000 ล้านหน่วย เท่ากับ NAV ต่อหน่วยจะเป็น 20 บาท ต่อมากองทุนนี้ได้กำไร 20 ล้านบาท จึงจ่ายกำไรที่ได้นี้แบ่งจ่ายเป็นเงินปันผลแก่ผู้ถือหน่วยได้เป็น 0.02 บาทต่อหน่วย กองทุนจึงมีสินทรัพย์สุทธิลดลงเป็น 19,980 ล้านบาท ด้วยจำนวนหน่วยลงทุนที่ยังมีอยู่เท่าเดิมคือ 1,000 ล้านหน่วย จึงทำให้ NAV ต่อหน่วยหลังจ่ายปันผลแล้ว เหลือเพียง 19.98 บาท เป็นต้น  

Advertisements

สิ่งสำคัญที่ควรรู้นั่นคือ ผลตอบแทนในรูปแบบปันผลจากกองทุนรวมจะนับว่าเป็นเงินได้ตาม 40(4) ทำให้ผู้ลงทุนที่ได้รับปันผลจะต้องนำปันผลที่ได้รับไปเสียภาษีด้วย โดยสามารถเลือกได้ว่าจะอนุญาตให้กองทุนหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% จากปันผลที่ได้รับไปให้เลยแล้วผู้ลงทุนไม่ต้องนำไปยื่นภาษีต้นปีหน้าอีก หรือผู้ลงทุนจะนำปันผลนี้ไปยื่นภาษีด้วยตัวเองต้นปีหน้าทีเดียวเลยก็ได้

ซึ่งแนวทางในการตัดสินใจก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าผู้ลงทุนเสียภาษีในอัตราภาษีแท้จริงที่เท่าไหร่ หากมากกว่า 10% ก็แนะนำให้กองทุนหัก ณ ที่จ่าย 10% ไปเลย จะได้ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตามฐานภาษีแท้จริงที่สูงกว่าในภายหลัง แต่หากมีฐานภาษีที่น้อยกว่า 10% ก็แนะนำให้เอาไปยื่นภาษีรวมต้นปีหน้าทีเดียวดีกว่า เพราะภาระภาษีแท้จริงไม่ถึง 10% อยู่แล้ว

3. Auto Redemption คืออะไร ?

Auto Redemption เป็นผลตอบแทนที่มีโอกาสได้รับต่อเมื่อลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายทำ Auto Redemption เท่านั้น สังเกตได้จากชื่อกองทุนที่มักจะมี “-R” ย่อมาจาก “(Auto) Redemption” ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเป็นผลตอบแทนที่มาจากส่วนต่าง NAV สุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่าง Capital Gain เพียงแต่จะไม่ต้องรอผู้ลงทุนตัดสินใจขายหน่วยลงทุนเอง แต่กองทุนจะดำเนินการให้อัตโนมัติเลย ซึ่งแน่นอนว่ากองทุนจะต้องระบุไว้ในนโยบายกองแต่แรกอยู่แล้วว่าเป็นกองที่มีนโยบายทำ Auto Redemption ให้ ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ กองไหนจะมาขายคืนอัตโนมัติให้แบบนี้ได้ 

โดยการทำ Auto Redemption แบบนี้ กองทุนจะขายคืนหน่วยลงทุนออกมาทั้งหน่วย ไม่ใช่เพียงแค่ขายสินทรัพย์จากกองโดยที่หน่วยลงทุนยังมีจำนวนเท่าเดิม การทำ Auto Redemption จึงไม่มีผลทำให้ NAV ต่อหน่วยมีมูลค่าน้อยลง นอกจากนี้ก็ยังทำให้ไม่เกิดภาระทางภาษีอีกด้วย เพราะจะเหมือนว่าได้รับผลตอบแทนจากส่วนต่าง NAV ต่อหน่วยที่ได้ขาย หรือว่า Capital Gain นั่นเอง 

Auto Redemption คืออะไร

ตามตัวอย่างกรณีกองทุนมีสินทรัพย์สุทธิ 22,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นกำไรที่เพิ่งได้รับจากการลงทุน 200 ล้านบาท โดยที่กองทุนนี้มีหน่วยลงทุน 1,000 ล้านหน่วย NAV ต่อหน่วยจึงเป็น 22 บาท ต่อมากองทุนจึงประกาศซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติมูลค่า 200 ล้านบาท ผู้ถือหน่วยลงทุนจึงได้ผลตอบแทน 0.2 บาทต่อหน่วย แต่จำนวนหน่วยลงทุนจะลดลงเหลือ 909.09 ล้านหน่วย ทำให้ NAV ต่อหน่วยยังคงเป็น 22 บาทเหมือนเดิมนั่นเอง 

กองทุนที่มีนโยบาย Auto Redemption จึงอาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนแบบที่ได้กระแสเงินสดระหว่างทางออกมาด้วย โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องภาระภาษี อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่าหน่วยลงทุนที่เราถืออยู่ก็จะน้อยลงอัตโนมัติเช่นกัน และถ้าหากมูลค่าขายคืนหน่วยที่ได้รับมาไม่ได้นำไปลงทุนต่อ ก็จะไม่เกิดการ Reinvest หรือการลงทุนต่อเพื่อให้เกิดผลตอบแทนทบต้นอย่างการลงทุนในกองทุนที่ไม่มีนโยบายจ่ายปันผล และ Auto Redemption นั่นเอง 

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่ากองทุนจะได้รับเฉพาะผลตอบแทนมาเพียงฝั่งเดียวเท่านั้น

ในฝั่งของรายจ่ายต่าง ๆ กองทุนก็ต้องรับผิดชอบเองเสมือนเป็นบุคคลหนึ่งเช่นกัน เช่น หากกองทุนลงทุนในตราสารหนี้ ก็จะมีภาระภาษีที่ต้องจ่ายให้สรรพากรในนามของกองทุน ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ค่ารักษาผลประโยชน์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งส่วนหนี้กองทุนก็จะนำรายได้ที่ได้รับ มาหักลบกับหนี้สินและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ก่อนจะนำมาหารเฉลี่ยตามจำนวนหน่วยลงทุนที่มีอยู่ กลายเป็นตัวเลข NAV ต่อหน่วยอย่างที่เราได้เห็นกัน

Advertisements


ติดตามบทความอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่ www.finspace.co
ติดตามเรื่องราวการเงินที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณก่อนใครได้ที่
Facebook : FinSpace
LINE Official : http://bit.ly/2qL8S48
Twitter : http://bit.ly/2keFfVD
Instagram : http://bit.ly/2ktv2o7
Blockdit : https://bit.ly/37EWqmb
กลุ่มความรู้นักลงทุน: http://bit.ly/3clAwZ2
กลุ่มพัฒนาตัวเอง: http://bit.ly/3ejPXnk
กลุ่มคริปโต บิทคอยน์ NFT: https://bit.ly/3J8LS1W

Advertisements

Finnomena

Related post

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Advertisements