6 ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ Money Management

Monney Management Tips

ซีรีส์อ่านกราฟเก่งแค่ไหนก็ไม่กำไร ถ้าไม่บริหารเงินลงทุน ep1 (ประเด็นสำคัญในการบริหารเงินลงทุน)

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำที่นักเทคนิคที่มีประสบการณ์มักจะพูดแนะนำอยู่บ่อยๆ  คือ

“ถึงแม้จะอ่านกราฟหรือวิเคราะห์ทิศทางราคาได้เก่งขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าไม่รู้จักบริหารเงินลงทุน (MONEY MANAGEMENT) ในการซื้อขาย ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จในการลงทุน”

ยิ่งเป็นใครที่ซื้อขายอนุพันธ์พวกฟิวเจอร์ส (Futures) อย่างเช่น SET50 Index Futures, Gold Futures หรือ Single Stock Futures ใน TFEX คำแนะนำที่บอกให้เราต้องรู้จักบริหารเงินลงทุนก็ยิ่งมีความสำคัญยิ่งขึ้น เนื่องจากลักษณะของอนุพันธ์นั้นใช้กลไกการวางเงินประกันแทนการจ่ายเงินเต็มจำนวน ทำให้มีอัตราเพิ่มของเงิน (Leverage) ซึ่งทำให้เกิดผลกำไรและขาดทุนจากการซื้อขายได้เร็วกว่าการซื้อขายหุ้นหลายเท่า

ประเด็นที่คนส่วนใหญ่สนใจไม่เกี่ยวข้องกับ Money Management

จากประสบการณ์ที่ผมได้ให้คำแนะนำกับนักลงทุนจำนวนมาก พบว่านักลงทุนที่สนใจเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคส่วนใหญ่เวลาตัดสินใจซื้อขายหุ้นหรืออนุพันธ์ มักจะให้ความสำคัญกับการอ่านกราฟราคา กราฟ Volume หรือวิเคราะห์ Indicators เพื่อให้ได้คำตอบเพียงว่า

1. จะลงมือซื้อหุ้นหรืออนุพันธ์อ้างอิงกับสินค้าตัวไหนดี มีตัวไหนบ้างที่น่าสนใจ

2. หุ้นหรืออนุพันธ์ตัวที่กำลังสนใจอยู่ราคาน่าจะปรับตัวขึ้นหรือลงในอนาคต

3. ปัจจุบันเป็นจังหวะที่น่าสนใจซื้อขายได้หรือยัง

ซึ่งจะเห็นได้ว่าคำตอบเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารเงินลงทุนที่เป็นปัจจัยสำคัญในการประสบความสำเร็จในการลงทุนเลย

6 ประเด็นสำคัญ เกี่ยวกับ Money Management

เทคนิค Money Management

1. ลำดับความน่าสนใจของหุ้นหรืออนุพันธ์แต่ละตัว 

เช่น ถ้ามีหุ้นหรืออนุพันธ์ที่น่าสนใจซื้อขายเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน หลายตัว แล้วตัวไหนหล่ะมีความน่าสนใจในการซื้อขายมากกว่าตัวอื่นๆ

 2. ความคุ้มค่าในการลงมือแต่ละครั้ง 

โดยเปรียบเทียบระหว่างผลตอบแทนที่จะได้รับกรณีถ้าผลการซื้อขายเป็นไปตามที่คาดแล้วออกมาเป็นกำไรกับผลขาดทุนที่จะต้องเสียไปถ้าผลการซื้อขายไม่เป็นไปตามที่คาดแล้วออกมาเป็นขาดทุนว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่

3. ความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน 

ซึ่งจะวิเคราะห์ว่าการซื้อขายหุ้นหรืออนุพันธ์ในแต่ละครั้งจะเสี่ยงขาดทุนด้วยเงินจำนวนเท่าไหร่ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบร้ายแรงกับเงินลงทุนในกรณีที่ผลการซื้อขายออกมาเป็นขาดทุน และควรจัดสรรเงินต้นที่จะใช้ในการซื้อขายแต่ละครั้งไม่เกินเท่าไหร่เพื่อให้มีเงินลงทุนพร้อมรับโอกาสอื่น ๆ ที่จะเข้ามาในอนาคต

4. แผนรับมือกรณีที่จะเกิดขึ้นหลังจากลงมือซื้อขายไปแล้วในครั้งนั้นๆ  

โดยหลังจากที่ลงมือซื้อหรือขายไปแล้วถ้าราคาหุ้นหรืออนุพันธ์เคลื่อนที่ไปในทิศทางที่วิเคราะห์ไว้เกิดผลเป็นกำไรจะมีแผนในการทำกำไรอย่างไร แต่ถ้าถ้าราคาหุ้นหรืออนุพันธ์ไม่เป็นไปตามที่วิเคราะห์ไว้เกิดผลขาดทุนจะมีแผนรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างไร

5. วางแผนการบริหารความเสี่ยงในการซื้อขายแบบต่อเนื่อง

ซึ่งเป็นการกำหนดแนวทางในการบริหารความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุนครั้งถัดไป โดยการกำหนดว่าถ้าผลการซื้อขายครั้งนี้ออกมาเป็นกำไรในการซื้อขายครั้งถัดไปจะทำอย่างไร หรือถ้าผลการซื้อขายครั้งนี้ออกมาเป็นขาดทุนในการซื้อขายครั้งถัดไปจะทำอย่าไร เป็นต้น

6. ทบทวนแผนการบริหารเงินลงทุน 

เมื่อผ่านการซื้อขายไปสักระยะหนึ่งควรนำผลการซื้อขายที่เกิดขึ้นมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงหรือแนวทางในการบริหารเงินลงทุนในอนาคตให้ดีขึ้น

วัตถุประสงค์ของ Money Management

จะเห็นได้ประเด็นที่เกี่ยวกับการบริหารเงินลงทุนที่ยกตัวอย่างขึ้นมานั้นจะเป็นการกำหนดแนวทางในการซื้อขายที่เน้นให้เราสามารถซื้อขายได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาวโดยไม่คาดหวังหรือทุ่มเทให้กับการซื้อขายเพียงครั้งสองครั้ง ลองนึกภาพเล่นๆ ว่าถ้าเราไม่มีการบริหารเงินลงทุนในการซื้อขาย ทุ่มเงินในการซื้อขายอนุพันธ์แต่ละครั้งจำนวนมากๆ หากเกิดผลการซื้อขายครั้งที่ขาดทุนหนักๆ เพียงไม่กี่ครั้ง เราอาจจะสูญเงินลงทุนที่มีทั้งหมดก็เป็นได้

สรุป

ในบทความตอนที่ 1 นี้ประเด็นหลัก คือ ผมอยากนำเสนอให้ผู้ลงทุนในหุ้นหรืออนุพันธ์หันมาให้ความสำคัญกับการบริหารเงินลงทุนในการซื้อขาย และให้ภาพกว้างๆ ว่าการบริหารเงินลงทุนพิจารณาประเด็นอะไรบ้าง ในบทความตอนต่อไปผมจะให้ข้อมูลเกี่ยวที่มาและวัตถุประสงค์ของการบริหารเงินลงทุน ยังไงก็ฝากติดตามผลงานกันด้วยนะครับ ^_^

อ่านต่อตอนที่ 2 (https://www.finspace.co/money-management-for-trader-2/)

Money Management

ติดตามบทความอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่ www.finspace.co
ติดตามเรื่องราวการเงินที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณก่อนใครได้ที่
Facebook : FinSpace
LINE Official : http://bit.ly/2qL8S48
Twitter : http://bit.ly/2keFfVD
Instagram : http://bit.ly/2ktv2o7
Blockdit : https://bit.ly/37EWqmb

อ่านอะไรต่อดี…