เตรียมความรู้ก่อนยื่นภาษีปี 2027 พร้อมช่องทางออนไลน์และวิธีขอเงินคืนฉบับ First Jobber
ดัชนีข้าวกะเพราส่องเงินเฟ้อไทยผ่านเมนูขวัญใจ
เวลาพูดถึง “อัตราเงินเฟ้อ (Inflation)” หรือ “ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)” ในทางเศรษฐศาสตร์ หลายคนอาจจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว
แต่ถ้าลองเปลี่ยนมุมมองมาดูที่ “ข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาว” เมนูจานด่วนยอดฮิตของคนไทย นี่คือตัววัดค่าครองชีพที่สะท้อน “อำนาจซื้อ (Purchasing Power)” และเงินในกระเป๋าตังค์ของเราได้ชัดเจนที่สุด!
วันนี้ FinSpace จะพาไปเจาะลึก “ดัชนีข้าวกะเพรา” (Kaprao Index) ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบัน เพื่อดูว่าเงินเฟ้อและต้นทุนชีวิตของคนไทยเปลี่ยนไปมากแค่ไหน

📜 ย้อนรอย “ราคาข้าวกะเพรา” แต่ละยุคสมัย
1. พ.ศ. 2540 (ยุคต้มยำกุ้ง) | จานละ 20 – 25 บาท
- ราคาอาหาร: ข้าวกะเพราจานละ 15 – 20 บาท + ไข่ดาว 5 บาท
- บริบทเศรษฐกิจ: ช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงินต้มยำกุ้ง แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวหนัก แต่ค่าครองชีพและราคาอาหารจานด่วนยังอยู่ในระดับต่ำ โดยค่าแรงขั้นต่ำยุคนั้นอยู่ที่ประมาณ 157 บาทต่อวัน
2. พ.ศ. 2550 (ยุคน้ำมันแพงทั่วโลก) | จานละ 30 – 35 บาท
- ราคาอาหาร: ข้าวกะเพราจานละ 25 – 30 บาท + ไข่ดาว 5 บาท
- บริบทเศรษฐกิจ: เกิดวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น กระทบต่อต้นทุนการขนส่งและวัตถุดิบ ส่งผลให้ราคาอาหารปรับตัวขึ้นมาแตะหลัก 30 บาท
3. พ.ศ. 2560 (ช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว & ปรับค่าแรง) | จานละ 45 – 50 บาท
- ราคาอาหาร: ข้าวกะเพราจานละ 40 บาท + ไข่ดาว 7 – 10 บาท
- บริบทเศรษฐกิจ: ยุคหลังการปรับนโยบายค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาททั่วประเทศ แม้ผู้บริโภคจะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนผู้ประกอบการและค่าครองชีพก็ปรับฐานขึ้นตามอย่างเห็นได้ชัด
4. พ.ศ. 2565 (วิกฤตหมูแพง & พลังงาน) | จานละ 60 – 65 บาท
- ราคาอาหาร: ราคาเฉลี่ยพุ่งทะลุ 60 บาทอย่างรวดเร็ว
- บริบทเศรษฐกิจ: ผลกระทบจากโรคระบาดในหมู (ASF) ทำให้ราคาเนื้อหมูดิบพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ประกอบกับวิกฤตราคาพลังงานและค่าน้ำมันดิบดันต้นทุนขนส่งสูงขึ้นแบบซ้ำเติม
5. พ.ศ. 2569 (ยุคปัจจุบัน) | จานละ 65 – 75 บาท
- ราคาอาหาร: ข้าวกะเพราตามร้านทั่วไปยืนพื้น 55 – 60 บาท + ไข่ดาว 10 – 15 บาท
- บริบทเศรษฐกิจ: เป็นผลกระทบจาก “เงินเฟ้อสะสม” ทั้งค่าไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม ค่าเช่าร้าน และราคาวัตถุดิบที่ปรับขึ้นแล้ว “ไม่เคยปรับลดลง” ตามธรรมชาติของราคาอาหาร
สิ่งที่ “ดัชนีข้าวกะเพรา” บอกเราเรื่องการเงินส่วนบุคคล
- เงินเฟ้อกัดกินอำนาจซื้อ: เงิน 100 บาท ในปี 2540 สามารถซื้อข้าวกะเพราไข่ดาวได้ถึง 4 จาน แต่ในปัจจุบัน เงิน 100 บาทเดียวกัน ซื้อข้าวกะเพราไข่ดาวได้เพียง 1 จานเท่านั้น
- ราคาอาหารขึ้นแล้ว “ลงยาก”: แม้ว่าราคาวัตถุดิบบางชนิดในอนาคตอาจจะปรับลดลง แต่ราคาอาหารปรุงสำเร็จมักจะปรับตัวขึ้นแบบเหนียวแน่นและยึดฐานราคาใหม่ทันที
- การออมเงินสดอย่างเดียวไม่เพียงพอ: หากเราฝากเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ที่ได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อสะสม มูลค่าเงินเก็บของเราจะลดลงเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับค่าครองชีพจริง
รับมือเงินเฟ้ออย่างไร ไม่ให้กระทบกระเป๋าตังค์?
- ลงทุนชนะเงินเฟ้อ: แบ่งเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ เช่น หุ้น กองทุนรวม หรือสินทรัพย์ทางเลือก ตามระดับความเสี่ยงที่รับได้
- สแกนรูรั่วค่าใช้จ่าย: ตรวจสอบค่าครองชีพประจำวัน หาจุดประหยัดที่ไม่กระทบคุณภาพชีวิต
- เพิ่มทักษะสร้างรายได้: เพราะการประหยัดมีขีดจำกัด การเพิ่มทักษะ เพื่อเพิ่มรายได้จึงเป็นทางรอดที่ยั่งยืนที่สุดในยุคเงินเฟ้อสะสม
ติดตามบทความอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่ www.finspace.co
ติดตามเรื่องราวการเงินที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณก่อนใครได้ที่
Facebook : FinSpace
Instagram : http://bit.ly/2ktv2o7
X : http://bit.ly/2keFfVD
Blockdit : https://bit.ly/37EWqmb
กลุ่มความรู้นักลงทุน: http://bit.ly/3clAwZ2
กลุ่มพัฒนาตัวเอง: http://bit.ly/3ejPX
