FinSpace

ส่องกล้องมองท่าที Fed จากผลการประชุมที่ผ่านมา

วิเคราะห์ผลประชุมเฟด (Fed) หลังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ไม่เพิ่มการทำ QE และไม่ต่ออายุการผ่อนปรน SLR ส่งผลอะไรต่อทิศทางการลงทุน?

เมื่อกลางเดือนมีนาคมท่ามกลางการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธสหรัฐฯ หรือ Bond yield จากความกังวลต่ออัตราเงินเฟ้อกดดันราคาสินทรัพย์การเงินจนร่วงเกือบทุกชนิด ได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นที่จับตามองจากนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต่อ Bond yield และอัตราเงินเฟ้อที่กำลังเพิ่มขึ้น อีกทั้งการประชุมครั้งนี้ยังมีการเปิดเผยมุมมองอัตราดอกเบี้ยนโยบายและประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจจากคณะกรรมการนโยบายการเงินด้วย

ผลการประชุมออกมาเป็นอย่างไร? มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง? แล้วต้องจับตาอะไรต่อจากนี้? ติดตามในบทความไปพร้อมกันเลยครับ!!

  • คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่มุมมองเริ่มเปลี่ยนไป
Source: Bloomberg.com

คณะกรรมการตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0-0.25% เป็นไปตามคาดการณ์ การประชุมเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม จะมีการเปิดเผยมุมมองต่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงินแต่ละท่านผ่านสิ่งที่เรียกว่า ‘Dot plot’

Dot plot ที่เปิดเผยออกมาแปลความได้ว่า Fed จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับนี้ไปจนถึงปี 2023 แต่เมื่อเทียบกับ Dot plot จากการประชุมเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว พบว่ามีคณะกรรมเพิ่มขึ้นถึง 3 ท่านที่มองว่าควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2022 และเพิ่มขึ้น 2 ท่านที่มองว่าควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2023 ซึ่งเป็นการสะท้อนว่าตลาดการเงินได้พบกับนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายที่สุดไปแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่จะตึงตัวมากขึ้นในช่วงเวลาต่อจากนี้

  • ไม่เพิ่มการทำ QE แต่เปิดช่องให้เพิ่มได้หากจำเป็น

นับตั้งแต่เดือนมีนาคมปีก่อน ที่ Fed ประกาศทำ Unlimited QE เดินหน้าซื้อพันธบัตรและ Agency MBS เพิ่มสภาพคล่องเข้าตลาดการเงินถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์ การประชุมครั้งนี้ตลาดก็ยังติตดามว่า Fed จะเพิ่มปริมาณการทำ QE เพื่อชะลอการเพิ่มขึ้นของ Bond yield หรือไม่

ผลการประชุมระบุว่า Fed ยังคงปริมาณการทำ QE ไว้เท่าเดิมด้วยการซื้อพันธบัตรอย่างน้อย 80,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน และ Agency MBS อย่างน้อย 40,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน สร้างความผิดหวังให้ตลาดการเงิน ดังนั้น Bond yield ก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นต่อไป

Source: Fed

อย่างไรก็ตาม Fed ยังเปิดช่องว่างให้สามารถซื้อพันธบัตรและ Agency MBS ได้มากขึ้นหากมีความจำเป็น ด้วยคำว่า ‘อย่างน้อย’ (at least) ซึ่งอย่างน้อยก็ยังอุ่นใจได้ว่าหาก Bond yield ขึ้นอย่างรุนแรงหรือเกินกว่าระดับที่ Fed เห็นสมควร Fed ก็อาจแทรกแซงด้วยการเพิ่มปริมาณการซื้อพันธบัตร

  • Fed มองเศรษฐกิจโตขึ้น คาดเงินเฟ้อจะเกิน 2%
Source: Bloomberg.com

การประชุมครั้งนี้ Fed ได้เปิดเผยประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยคาดว่า GDP ปี 2021 จะขยายตัวที่ 6.5% ซึ่งการประชุมเมื่อเดือนธันวาคมคาดไว้ที่ 4.2% อัตราการว่างงาน ปี 2021 คาดไว้ที่ 4.5% ลดลงจากประมาณการครั้งก่อนเมื่อเดือนธันวาคมที่ 5.0% สะท้อนภาพว่าเศรษฐกิจดีขึ้นกว่าคาดการณ์เมื่อเดือนธันวาคมอย่างชัดเจน

เมื่อเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวมากขนาดนี้ อัตราเงินเฟ้อเป็นสิ่งที่ตามมาเช่นกัน โดย Fed คาดว่า PCE สำหรับปี 2021 จะอยู่ที่ 2.4% จากประมาณการเมื่อเดือนธันวาคมอยู่ที่ 1.8% และ Core PCE ซึ่งไม่คำนวณราคาอาหารตามฤดูกาลและราคาน้ำมัน คาดไว้ที่ 2.2% จากประมาณการเมื่อเดือนธันวาคมที่ 1.8%

เมื่อ Fed คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเกินกว่าระดับเป้าหมายที่ 2% ประกอบกับการคงปริมาณการทำ QE ทำให้ตลาดการเงินมองว่า Fed คาดไว้แล้วว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นต่อไป และยังไม่ใช้มาตรการใดเพื่อชะลอหรือควบคุมการเพิ่มขึ้นของ Bond yield และอัตราเงินเฟ้อ

  • ล่าสุด Fed ไม่ต่ออายุการผ่อนเกณฑ์การคำนวณ SLR

วิกฤติการเงินปี 2008 ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลต้องกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อควบคุมความเสี่ยงในระบบการเงิน Supplementary Leverage Ratio หรือ SLR จึงถูกนำมาใช้เมื่อปี 2014 โดยคำนวณจาก Tier 1 capital / Total leverage exposure หรือ ส่วนของทุน หารด้วย สินทรัพย์ทั้งหมด และกำหนดว่าสถาบันการเงินต้องรักษาระดับ SLR ให้ไม่ต่ำกว่า 3% หากมีความสำคัญต่อระบบการเงินโลกต้องรักษาให้ไม่ต่ำกว่า 5%

เดือนเมษายนปีที่แล้ว Fed ประกาศยกเว้นการนำพันธบัตร และเงินฝากที่สถาบันการเงินฝากไว้กับ Fed ในการคำนวณ SLR โดยปกติแล้วพันธบัตรและเงินฝากที่สถาบันการเงินฝากไว้กับ Fed จะถูกรวมไว้ใน Total leverage exposure หรือสินทรัพย์ทั้งหมด และเมื่อไม่นำมาคำนวณก็ส่งผลให้ตัวหารในสูตรลดลง ดังนั้น SLR ก็เพิ่มขึ้นโดยปริยาย สถาบันการเงินก็มีทางเลือกมากขึ้น ดังนี้

  • สามารถลงทุนในพันธบัตรได้มากขึ้น 
  • รับเงินฝากจากประชาชนได้มากขึ้น
  • ปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตามข้อยกเว้นดังกล่าวจะหมดอายุลงในวันที่ 31 มีนาคม 2021 และล่าสุด Fed ประกาศไม่ต่ออายุการผ่อนปรนกฎเกณฑ์ ซึ่งอย่างน้อยก็จะส่งผลให้ความต้องการซื้อพันธบัตรจากสถาบันการเงินไม่เพิ่มขึ้นและอาจมีการขายพันธบัตรจากสถาบันการเงินที่มี SLR ต่ำกว่าระดับที่กำหนดไว้ จากบทวิเคราะห์คาดว่ามีไม่กี่สถาบันการเงินที่ SLR ต่ำกว่าระดับที่กำหนด ซึ่งจะทำให้มีแรงขายพันธบัตรออกมาอย่างไม่มีนัยยะ

ท่ามกลางกระแสความกังวลต่ออัตราเงินเฟ้อและ Bond yield แต่ Fed ยังคงการใช้นโยบายการเงินในแบบเดิม ทำให้ตลาดมองว่า Fed ส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินตึงตัวมากขึ้น และกลับไปใช้นโยบายการเงินเพื่อตอบสนองต่อสภาพเศรษฐกิจแบบ Reactive หรือนโยบายการเงินเชิงรับ นั่นคือรอดูข้อมูลสภาพเศรษฐกิจก่อน จึงใช้นโยบายการเงิน จากช่วงก่อนหน้าที่ตอบสนองแบบ Proactive ซึ่งใช้นโยบายการเงินเชิงรุก และแน่นอนว่า Bond yield จะขึ้นต่อไป ไม่แน่อาจได้เห็นที่ระดับ 2% ในเวลาอีกไม่นาน


ติดตามบทความอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่ www.finspace.co
ติดตามเรื่องราวการเงินที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณก่อนใครได้ที่
Facebook : FinSpace
LINE Official : http://bit.ly/2qL8S48
Twitter : http://bit.ly/2keFfVD
Instagram : http://bit.ly/2ktv2o7
Blockdit : https://bit.ly/37EWqmb
กลุ่มความรู้นักลงทุน: http://bit.ly/3clAwZ2
กลุ่มพัฒนาตัวเอง: http://bit.ly/3ejPXnk

CrisisMan

CrisisMan

Related post

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *