5 Step วางแผนประกันฉบับมนุษย์เงินเดือน เริ่มยังไงไม่ให้จ่ายเบี้ยทิ้ง
10 ปี Finnomena กับ 10 เรื่องที่อยากบอกนักลงทุน [สรุปโดย FinSpace]

10 ปีผ่านไป … ไวเหมือนโกหก ปีนีั Finnomena มีอายุครบ 10 ปีแล้ว ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาการลงทุน WealthTech ชั้นนำของไทย
.
และในช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ Finnomena ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเฉลิมฉลอง แต่เลือกจะมาบอกเล่า “กลยุทร์การลงทุนประจำปี 2026” เพื่อเป้าหมาย “ยกระดับคุณภาพการลงทุนของคนไทยให้ดีขึ้น”
.
ผ่าน Finnomena Outlook 2569 10 Must-Knows 10 เรื่องสำคัญการลงทุน ที่ทุกคนต้องรู้ ในธีม The K-Shaped World ค้นหาโอกาสการลงทุน ท่ามกลางโลกที่แบ่งขั้ว โครงสร้างเศรษฐกิจที่กำลังถูกจัดระเบียบ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์
Finnomena Outlook 2569 10 Must-Knows

1. AI CAPEX Divide มหาคลื่นการลงทุน AI
การลงทุนใน AI ปีนี้จะไม่เหมือนปีที่ผ่านมา โดยจะเน้นการลงทุนไปที่ “ก่อนต้นน้ำ” ซึ่งหมายถึงโครงสร้างสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการประมวนผลของ AI ทั้งหมด เช่น RAM หน่วยความจำที่ราคาพุ่งสูงเรื่อยๆ และระบบไฟฟ้า โซลาร์ ที่หากใครสามารถทำต้นทุนให้ต่ำกว่าได้จะเป็นผู้ชนะ ทำให้หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ในเกาหลีใต้หรือไต้หวัน มีแนวโน้ม Outperform ได้ดีกว่าหุ้นกลุ่ม Hyperscaler ในอเมริกา
2. Fiscal Revival นโยบายการคลังคืนชีพ
ประเทศอย่างเยอรมนี และญี่ปุ่น หรือกลุ่มประเทศยุโรป กำลังอัดฉีดทางการคลังอย่างเต็มตัวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดย Finnomena แนะนำการลงทุนในหุ้นยุโรปและหุ้นญี่ปุ่น ซึ่งหากเทียบกับสหรัฐฯ แล้ว Valuation ก็ยังอยู่ในระดับที่ถูกกว่า จึงเป็นโอกาสดีที่จะกระจายการลงทุนออกจากธีมหลักอย่าง S&P 500 เป็นต้น
3. Japan’s Renaissance อาทิตย์อุทัยทอแสง
ญี่ปุ่นกำลังก้าวออกจาก Lost Decade บอนด์ยีลด์พุ่ง 4% จากเงินฝืดเริ่มมีเงินเฟ้อกลับมา ทำเงินลงทุนไหลเข้าตลาดหุ้นต่อเนื่อง เกิดเป็น Wealth Effect ทำภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้น
4. The New Arms Race สมรภูมิระเบียบโลกใหม่
ในหลายๆ ประเทศกำลังอัดฉีดความสามารถทางการทหารเพิ่มขึ้น จากรายงานของ UN ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา งบประมาณทางการทหารทั้งโลกเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5.41% ปี และใน 10 ปีต่อจากนี้ มีแนวโน้มขึ้นเป็น 8.65% สะท้อนโอกาสการลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมถึงทองคำที่เป็นสินทรัพย์ที่เกี่ยวกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
5. Politicized Fed Reshuffle ผลัดใบ FOMC ใต้เงาการเมือง
นโยบายการเงินสหรัฐฯ ถูกแทรกแซงโดย “ทรัมป์” ที่ต้องการลดอัตราดอกเบี้ยลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นระยะสั้น แต่ในระยะยาวทำให้ค่าเงินดอลล่าร์อ่อน จึงเป็นโอกาสการลงทุนต่อสินทรัพย์นอกสหรัฐฯ ได้แก่ Emerging Market แต่อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรหลีกเลี่ยงประเทศจีนที่เป็นคู่ขัดแย้งออกไป
6. The Dedollarization เมื่อดอลลาร์สั่นคลอน
สหรัฐฯ มีแรงจูงใจให้เกิดดอลลาร์อ่อนค่าเพื่อให้ได้ดุลการค้า แต่ผลกระทบที่ตามมาคือ เมื่อดอลลาร์เสื่อม คนเลือกเทขาย แต่เพื่อรักษาอำนาจทางเศรษฐกิจเอาไว้ สหรัฐฯ จึงเลือกใช้วิธีแทรกแซงเข้าไปในประเทศที่มีทรัพยากรสำคัญ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสงคราม โดยบทเรียนในอดีตช่วงมีสงครามหรือช่วง Hyper-inflation ราคาหุ้นมักปรับตัวขึ้น เพราะรัฐต้องลงทุนใช้จ่ายมหาศาลในสงคราม จึงเป็นโอกาสในการถือครองสินทรัพย์ที่ได้รับอานิสงส์
7. The EM Comeback ถึงเวลาผงาดตลาดเกิดใหม่
เมื่อความต้องการทางโครงสร้าง AI มีเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะ High Bandwidth Memory ซึ่งเป็น RAM ที่จำเป็นต่อการสร้างชิป หุ้นที่ได้รับอานิสงส์คงหนีไม่พ้น TSMC ที่ถือครองความสามารถในการผลิตที่ดีที่สุด
ถัดมาคือ ตลาดบราซิลที่มีความสามารถในการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์รายหลักของโลก เมื่อสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้น เช่นเดียวกับราคาน้ำมัน ตลาดบราซิลที่มีสัดส่วนหุ้นกลุ่มนี้อยู่จะได้รับประโยชน์
จาก 2 เหตุผลหลักนี้ ทำให้ตลาด Emerging Market ex-China มีความสนใจ รวมไปถึงค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าด้วย ส่วนเหตุผลที่ไม่นับจีนรวมเข้าไป เพราะจีนมีสัดส่วนในกองทุนค่อนข้างใหญ่ ทำให้นักลงทุนอาจจะได้รับผลตอบแทนไม่เต็มที่จากตลาดประเทศอื่นๆ แต่ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถไปลงทุนแยกต่างหากได้
สรุปธีมการลงทุน ข้อ 1 – 7
กลยุทธ์หลักในปีนี้ ไม่ใช่เพียงหาโอกาสเติบโต แต่ต้องให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม แนะนำหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ได้ประโยชน์จาก AI Supply Chain ซึ่งกระจายอยู่ทั่วโลกทั้งสหรัฐฯ จีน และเอเชีย พร้อมกับเพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นยุโรป หุ้นญี่ปุ่น และสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน เพราะกำลังเข้าสู่ยุคการกระตุ้นทางการคลังอย่างเต็มตัว
พร้อมกันนี้ ควรป้องกันความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่า ผ่านการลงทุนในทองคำและหุ้นเหมืองทอง รวมถึงสะสมหุ้นเอเชียและตลาดเกิดใหม่ที่ได้รับอานิสงส์จากค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า
ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถดู กองทุนแนะนำ ได้ที่ https://www.finnomena.com/finnomenafunds/yearly-outlook-2026/
8. Invest with Peace of Mind สบายใจ ปลอดภัย ไร้กังวลมิจฉาชีพ
ในยุคที่สแกมเมอร์ป่วนประเทศ เพื่อให้นักลงทุนปลอดภัยจากมิจฉาชีพ Finnomena นำเสนอบริการใหม่ Finnomena Chat ให้นักลงทุนสามารถพูดคุย รวมถึงแชทกับผู้แนะนำการลงทุนโดยตรงผ่านแอป Finnomena ไม่ต้องติดต่อผ่านโทรศัพท์ หรือแอปแชทอื่นๆ อีกต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ต้องเสี่ยงกับการเจอมิจฉาชีพ ได้ปรึกษากับผู้แนะนำการลงทุนมืออาชีพโดยตรงผ่านแอพฟินโนมีนาเท่านั้นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม เปิดใช้งานปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้
9. Timing That Matters มั่นใจ ไม่พลาดทุกโอกาสการลงทุน
เพื่อให้่นักลงทุนเข้าถึงกองทุนแนะนำที่เหมาะกับสถานการณ์โลก โดย Finnomena จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการลงทุนตามคำแนะนำของ Finnomena Funds ด้วยระบบแจ้งเตือนแบบ Real-Time ผ่านอีเมล, LINE และแอปพลิเคชัน เพียงเลือกกองทุนที่สนใจ ซื้อและลงทุนผ่านแผน Investment Call แล้วรอรับคำแนะนำ “ซื้อ” “ถือ” “ขาย” เพื่อไม่ให้พลาดทุกโอกาสลงทุนเมื่อมี Call แนะนำ
โดยผลงานตั้งแต่ปี 2023 มีกองทุนรวมทุกประเภทที่ Call ทั้งหมด 134 กองทุน โดยมีอัตรา Win Rate 75% หรือคิดเป็น 3 ใน 4 ของกองทุนที่แนะนำ (ข้อมูล ณ วันที่ 22 มกราคม 2026)
ซึ่งเปิดใช้งานแล้วในเดือนมกราคมที่ผ่านมา
10. Finnomena ครบรอบ 10 ปี บริษัทที่ปรึกษาการลงทุนเวลธ์เทคชั้นนำของไทย
วันนี้ Finnomena เติบโตจนกลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพการลงทุนของคนไทย ในฐานะกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนเวลธ์เทคชั้นนำของประเทศ ด้วยสินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำการลงทุนของกลุ่มบริษัทกว่า 66,000 ล้านบาท และทีมงานผู้แนะนำการลงทุนมืออาชีพมากกว่า 3,000 คนทั่วประเทศ (ธ.ค. 68) ซึ่งเรายังคงมุ่งมั่นในภารกิจที่จะเป็นผู้ช่วยค้นหาโอกาสลงทุนที่ดีที่สุดให้กับทุกคนในทุกๆ วัน
ติดตามบทความอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่ www.finspace.co
ติดตามเรื่องราวการเงินที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณก่อนใครได้ที่
Facebook : FinSpace
Instagram : http://bit.ly/2ktv2o7
X : http://bit.ly/2keFfVD
Blockdit : https://bit.ly/37EWqmb
กลุ่มความรู้นักลงทุน: http://bit.ly/3clAwZ2
กลุ่มพัฒนาตัวเอง: http://bit.ly/3ejPX
