FinSpace

เด็กจบใหม่ First jobber ลงทุนอะไรดี?

เด็กจบใหม่ first jobber ลงทุนอะไรดี?

ปัจจุบันมีสินทรัพย์ลงทุนให้เราเลือกลงทุนมากมายหลายประเภท เด็กจบใหม่ เพิ่งเริ่มทำงานแบบเรา ๆ ก็อยากเริ่มลงทุนเหมือนกัน แต่จะลงทุนอะไรดีล่ะ?

วันนี้ FinSpace X DekFinance ขอพาเด็กจบใหม่อยากลงทุนทุกคนมาทำความรู้จักกับสินทรัพย์ลงทุน 3 ประเภท ได้แก่ ตราสารหนี้ หุ้น และสินทรัพย์ทางเลือก พร้อมนำไอเดียการจัดพอร์ตฉบับเด็กจบใหม่มาฝากกันด้วย ติดตามไปพร้อมกันได้เลย!

Advertisements

รู้จักเครื่องมือการลงทุนก่อนเริ่มลงทุน

เด็กจบใหม่ first jobber ลงทุนอะไรดี?

ตราสารหนี้

ตราสารหนี้ (Bond) คือตราสารที่ผู้ถือจะมีฐานะเป็น “เจ้าหนี้” และผู้ออกมีฐานะเป็น “ลูกหนี้” ผลตอบแทนที่ได้รับจากตราสารหนี้จะอยู่ในรูปแบบของดอกเบี้ย โดยผู้ถือตราสารหนี้จะได้รับทั้งดอกเบี้ยและเงินต้นคืนในวันครบกำหนดไถ่ถอน ตราสารหนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ตามประเภทผู้ออก ได้แก่

  1. ตราสารหนี้ภาครัฐ หรือ พันธบัตร (Government Bond) คือ ตราสารหนี้ที่ภาครัฐเป็นผู้ออก เช่น กระทรวงหรือหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และธนาคารแห่งประเทศไทย
  2. ตราสารหนี้ภาคเอกชน หรือ หุ้นกู้ (Corporate Bond) คือ ตราสารหนี้ที่บริษัทเอกชนต่าง ๆ เป็นผู้ออกเพื่อระดมทุน

ทั้งนี้พันธบัตรรัฐบาลจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าหุ้นกู้ เนื่องจากออกโดยรัฐบาลที่มีความมั่นคง ในขณะที่ผลตอบแทนและความเสี่ยงของหุ้นกู้จะขึ้นอยู่กับการจัดอันดับความหน้าเชื่อถือ (Credit Rating) โดยมีตั้งแต่ระดับ AAA ไปจนถึงระดับ D เจ้าหนี้หรือผู้ลงทุนจะได้ผลตอบแทนเป็นเงินต้นที่เพิ่มขึ้นหรือการปันผลขึ้นอยู่กับเงื่อนไขผลตอบแทน โดยทั่วไปแล้ว ตราสารหนี้ที่มีคุณภาพสูงจะมีความผันผวนต่ำ

หุ้น

หุ้น (Stock) คือตราสารทุนที่ออกโดยบริษัทแก่ผู้ถือเพื่อเป็นการระดมทุน โดยผู้ถือหุ้นจะมีสถานะเป็น “เจ้าของกิจการ” จึงมีสิทธิ์ในทรัพย์สินและรายได้ของกิจการ ผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนในหุ้นจะอยู่ในรูปแบบของส่วนต่างราคา (Capital Gain) และเงินปันผล (Dividend Yield) ในกรณีที่บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผล และยังได้รับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เช่น การจองซื้อหุ้นออกใหม่ การประชุมผู้ถือหุ้น ฯลฯ หุ้นเป็นสินทรัพย์ที่สามารถสร้างคุณค่าได้ในระยะยาว จากการดำเนินกิจการให้เกิดเป็นส่วนต่างกำไร และนำกำไรสุทธิไปลงทุนหรือดำเนินกิจการต่อ และกำไรส่วนหนึ่งสามารถปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้อีกด้วย เนื่องจากราคาหุ้นขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงาน ทำให้ราคาหุ้นมีความผันผวน

สินทรัพย์ทางเลือก

สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Investment) คือ สินทรัพย์ที่นอกเหนือจากสินทรัพย์ดั้งเดิม อย่าง ตราสารหนี้ และหุ้น เป็นสินทรัพย์ที่มีเงื่อนไขผลตอบแทนเฉพาะตัว เช่น 

  • ทองคำ ที่คนให้การยอมรับว่าเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยรักษามูลค่า เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ หรือเครื่องประดับ มีการเคลื่อนไหวของราคาตามอุปสงค์และอุปทานของผู้ซื้อผู้ขาย 
  • ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust: REIT) ผู้ลงทุนจะได้ผลตอบแทนในรูปของค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ เช่น อาคารพาณิชย์ โรงแรม เป็นต้น

กองทุนรวม

กองทุนรวม (Mutual Fund) เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือลงทุนที่เหมาะกับเด็กจบใหม่ ซึ่งอาจจะยังเป็นมือใหม่ในโลกการลงทุนอยู่ เพราะจุดเด่นของกองทุนรวมคือการกระจายความเสี่ยง โดยการลงทุนเป็นกลุ่มสินทรัพย์ ไม่จำกัดอยู่แค่หุ้นตัวใดตัวหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยกองทุนรวมแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆด้วยกันคือ กองทุนมีนโยลายลงทุนตามสัดส่วนดัชนีตลาดหลักทรัพย์ จัดเรียงตามมูลค่าตลาด หรือ กองทุนที่มีบริหารเชิงรุกแบบมีผู้จัดการกองทุนคอยบริหารจัดการเงินที่เรานำไปลงทุน กองทุนมีหลากหลายประเภทของสินทรัพย์ให้เราเลือกลงทุน ไม่ว่าจะเป็น กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมหุ้น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมทองคำ ฯลฯ หรือใครอยากกระจายลงทุนไปยังหุ้นต่างประเทศ ก็สามารถลงทุนผ่านกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศได้เช่นกัน โดยกองทุนแต่ละประเภทก็มีความเสี่ยงและผลตอบแทนที่แตกต่างกันไป ดังนั้นควรศึกษานโยบายต่าง ๆ ของกองทุนจากหนังสือชี้ชวน (Fund Factsheet) ก่อนลงทุนเสมอ และเลือกลงทุนในกองทุนที่เหมาะกับเป้าหมายการลงทุนและความเสี่ยงที่เรายอมรับได้

รู้จัก Asset Allocation

เด็กจบใหม่ first jobber ลงทุนอะไรดี?

การจัดสินทรัพย์ลงทุนหรือ Asset Allocation เป็นหลักในการบริหารพอร์ตการลงทุนสมัยใหม่ เริ่มจากแนวคิดที่ว่า ไม่มีสินทรัพย์ใดที่จะให้ผลตอบแทนดีหรือแย่ได้ตลอดไป แต่ละสินทรัพย์มีโอกาสให้ผลตอบแทนมากน้อยต่างกันตามแต่ละวัฏจักรเศรษฐกิจ และสภาวะตลาดในแต่ละช่วง เมื่อนำสินทรัพย์ต่าง ๆ มารวมกัน ทำให้เกิดการกระจายความเสี่ยง โดยหากพอร์ตการลงทุนของเรามีสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงอย่างเช่นหุ้นมาก ก็จะทำให้พอร์ตมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ผันผวนมากขึ้น แต่สินทรัพย์ประเภทหุ้นสามารถให้คุณค่าในระยะยาวได้มากขึ้น การนำหุ้นมาลงทุนร่วมกับตราสารหนี้ที่มีความผันผวนน้อยกว่าจะทำให้เกิดการกระจายความเสี่ยงมากขึ้น ลงทุนได้อย่างสบายใจมากขึ้น เป็นต้น

ไอเดียจัดพอร์ตฉบับเด็กจบใหม่

สำหรับเด็กจบใหม่ ไม่มีอะไรดีไปกว่า การที่ได้ลองผิดลองถูก ลงทุนในสิ่งที่สนใจ หรือ จะใช้เวลาศึกษาให้เต็มที่ก่อนที่จะลงมือลงทุนจริงก็ย่อมทำได้ และหากการลงทุนผิดพลาด ก็ย่อมมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ได้

สำหรับเด็กจบใหม่ เป้าหมายแรกควรจะเป็นการเก็บเงินเพื่อการเกษียณหรืออิสรภาพทางการเงินได้ โดยเครื่องมือที่สำคัญในการพิชิตเป้าหมาย คือ พอร์ตการลงทุนแบบ Asset Allocation เนื่องจากเด็กจบใหม่รับความเสี่ยงได้สูงกว่าผู้ที่มีอายุมากขึ้น การจัดพอร์ตจึงเริ่มต้นจากสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยง เช่น ตราสารทุน (หุ้น) มากกว่าสัดส่วนของตราสารหนี้ได้ แต่สัดส่วนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความรู้ความเข้าใจในการลงทุน และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ คือมีบางช่วงเวลาที่อาจจะมีผลตอบแทนติดลบ ทำให้ไม่สบายใจได้ เป็นต้น

สัดส่วนที่แนะนำสำหรับเด็กจบใหม่

เด็กจบใหม่ first jobber ลงทุนอะไรดี?

สัดส่วนตราสารทุน:ตราสารหนี้ 50/50

เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่มีความรู้ในการลงทุนเลย แต่อยากศึกษาไปด้วยและลงทุนไปด้วย เป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนรู้เงื่อนไขผลตอบแทนของสินทรัพย์ตราสารทุนและตราสารหนี้ ศึกษาเลือกสินทรัพย์ที่ชอบเข้าพอร์ต

สัดส่วนตราสารทุน:ตราสารหนี้ 60/40

เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นในการลงทุนในช่วง 1-2 ปีแรก เริ่มเข้าใจว่าตราสารทุนและตราสารหนี้มีเงื่อนไขผลตอบแทน ความผันผวนเป็นอย่างไร เนื่องจากสัดส่วนตราสารทุนที่ไม่มากจนเกินไป จะทำให้นักลงทุนมือใหม่ไม่ตะหนกตกใจกับผลตอบแทนจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ และติดตามผลการลงทุน ภาวะเศรษฐกิจไปพร้อม ๆกันได้อย่างมีความสุข

สัดส่วนตราสารทุน:ตราสารหนี้ 70/30

เหมาะสำหรับผู้ผ่านการลงทุนมาแล้ว 2-3 ปีแรก และยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้น เข้าใจตลาดมากขึ้น  ติดตามผลการลงทุนเป็นบางครั้ง เช่น อาทิตย์ละครั้ง

สัดส่วนตราสารทุน:ตราสารหนี้ 80/20

เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงมาก ผ่านการลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ศึกษาสินทรัพย์ที่ตัวเองลงทุนจนเข้าใจและปล่อยวางไปกับการลงทุนได้ ติดตามผลการลงทุนเป็นรายเดือน หรือน้อยกว่าได้

หมายเหตุ: นักลงทุนแต่ละคนรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน ดังนั้นเริ่มด้วยจำนวนเงินทุนน้อย ๆ ก่อนจะดีกว่านะ

เมื่อเข้าใจเรื่อง Asset Allocation แล้ว เราเลือกสินทรัพย์แบบไหนใส่พอร์ตดี?

เด็กจบใหม่ first jobber ลงทุนอะไรดี?

สำหรับตราสารหนี้ เราขอแนะนำเป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นในประเทศ ซึ่งไม่ผันผวนกับการขึ้นลงของดอกเบี้ยในบ้านเรามากนัก 

สำหรับตราสารทุนเราขอแนะนำเป็นกองทุนรวมลงทุนกระจายไปหลายตลาดทั่วโลก เช่น USA มีดัชนีหุ้นใหญ่ 500 ตัวแรก (S&P500) ยุโรปมีดัชนีหุ้นใหญ่ 600 ตัวแรก (Euro Stoxx600) ดัชนีหุ้นไทย มีหุ้นใหญ่ 50 ตัวแรก (SET50) เป็นต้น มีข้อมูลให้ศึกษามากมายก่อนเลือกลงทุน

ตลาดหุ้นประเทศไหนดี? 

ตลาดหุ้นมีวัฏจักรทั้งขาขึ้นและขาลง เมื่อตลาดหนึ่งดี อีกตลาดอาจจะอยู่ในช่วงผลตอบแทนขาลงก็เป็นได้ ดังนั้น เราจึงต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าตลาดหุ้นไหนมีหุ้นที่มีสินค้าแบรนด์ที่แข็งแกร่ง สินค้าเป็นที่ต้องการไปทั่วโลก มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ สถานะทางการเงินแข็งแรง แน่นอนคงหนีไม่พ้นมหาอำนาจอย่าง USA และ Europe มีตลาดหุ้นที่พัฒนาแล้ว (Developed Market) มีระบบกฏเกณฑ์ที่เข้มงวด มีเสถียรภาพ ที่เราอาจจะเลือกติดพอร์ตไว้มากหน่อย และตามด้วยตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Market) เช่น จีน อินเดีย ไทย และตลาดหุ้นระดับเริ่มต้น (Frontier Market) เช่น เวียดนาม เป็นสัดส่วนรองลงมา

ยกตัวอย่างการกระจายลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก 

เด็กจบใหม่ first jobber ลงทุนอะไรดี?

สัดส่วนที่ 1

USA 40%

EU 20%

EM (China, India, Thailand) 30%

VN 10%

Advertisements

สัดส่วนที่ 2

USA 30%

EU 30%

EM (China, India, Thailand) 30%

VN 10%

สัดส่วนที่ 3

USA 30%

EU 30%

EM (China, India, Thailand) 5%

VN 5%

สุดท้ายเราขอแนะนำกลยุทธ์ DCA หรือ Dollar Cost Averaging หรือกลยุทธ์เฉลี่ยต้นทุน สำหรับคนที่ไม่มีเวลาติดตามตลาดเลย ขอให้ลงทุนเป็นประจำ รายสัปดาห์ หรือรายเดือน ลงทุนด้วยเงินก้อนเล็ก ๆ เท่า ๆ กัน แต่เป็นประจำ จะทำให้ต้นทุนของเราอยู่ไม่สูงและไม่ต่ำจนเกินไป และตลาดหุ้นมักมีช่วงเวลาที่เติบโตมากกว่าช่วงที่แย่ ดังนั้นเงินทุนของเราระยะยาวก็จะเติบโตได้โดยการเพิ่มเงินทุนทีละน้อย นี่คือจุดเริ่มต้นของการลงทุนแบบอัตโนมัติ ที่ทำให้เงินงอกเงย และมีเวลาไปทำในสิ่งที่ชอบมากขึ้นอีกด้วย

FinSpace x DekFinance


ติดตามบทความอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่ www.finspace.co

Advertisements

ติดตามเรื่องราวการเงินที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณก่อนใครได้ที่

Facebook : FinSpace

LINE Official : http://bit.ly/2qL8S48

Twitter : http://bit.ly/2keFfVD

Instagram : http://bit.ly/2ktv2o7

Blockdit : https://bit.ly/37EWqmb

กลุ่มความรู้นักลงทุน: http://bit.ly/3clAwZ2

กลุ่มพัฒนาตัวเอง: http://bit.ly/3ejPXnk

กลุ่มคริปโต บิทคอยน์ NFT:  https://bit.ly/3J8LS1W

Advertisements

FinSpace

https://www.finspace.co/

"เรื่องราวการเงินที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณ"

Related post

Advertisements