FinSpace

สรุปธุรกิจ [หุ้น EA] บริษัทที่สร้าง S-curve ครั้งแล้วครั้งเล่า – FinSpace

สรุปธุรกิจ EA ใน 10 ข้อ บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ เจ้าของฉายา Tesla of Thailand

หุ้น ea

ถ้าจะนึกถึงบริษัทที่มีความโดดเด่นเรื่องการสร้างสรรค์นวัตกรรม หรือพูดถึงหุ้นที่มักมีเรื่องมาเซอร์ไพร์สนักลงทุนอยู่เสมอ เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าต้องมีชื่อของ “หุ้น EA” หรือ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

ใครที่คุ้นหูกับชื่อบริษัทนี้ แต่อาจจะยังไม่ค่อยรู้จักธุรกิจของ EA เท่าไหร่นัก วันนี้ FinSpace จะมาสรุปให้

สรุปหุ้น EA มาให้อ่านแบบง่ายๆ จบใน 10 ข้อ

1. จุดเริ่มต้นของ EA เกิดขึ้นในปี 2549 จากการที่ ‘คุณสมโภชน์ อาหุนัย’ ชายผู้คลุกคลีอยู่ในโลกการเงินการลงทุนมาก่อน แต่มองเห็นโอกาสในธุรกิจพลังงานทางเลือกจากปัญหาปาล์มล้นตลาด จึงตัดสินใจกระโดดเข้าสู่ธุรกิจไบโอดีเซล ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท

2. ช่วงแรกนั้น EA เติบโตในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล หรือ B100 มาเรื่อยๆ และสามารถพาตัวเองเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI ได้สำเร็จในปี 2556 ขณะนั้น EA มีขนาด Market Cap. อยู่ที่ 28,000 ล้านบาท

3. แม้ธุรกิจไบโอดีเซลจะยังไปได้ดี แต่เนื่องจากบริษัทมองว่าอำนาจต่อรองมีน้อยและเสียเปรียบผู้เล่นรายใหญ่ ด้วยเหตุนี้ s-curve ตัวใหม่ของ EA จึงเกิดขึ้น นั่นคือการเข้าไปจับในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกอย่างพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ตั้งแต่ในวันที่หลายคนมองข้าม

4. การเข้าสู่ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกเป็นเจ้าแรกๆ ทำให้บริษัทมีความได้เปรียบอย่างมาก สามารถสร้างมาร์จินได้มหาศาลจากการสนับสนุนของรัฐบาลในเวลานั้น

5. EA เติบโตก้าวกระโดดในธุรกิจโรงไฟฟ้า กระทั่งในปี 2559 บริษัทมีมูลค่าทะลุ 100,000 ล้านบาท และช่วงต้นปี 2560 บริษัทได้ย้ายจากการจดทะเบียนในตลาด MAI ขึ้นไปอยู่บน SET ถือเป็นหนึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเลยทีเดียว

6.  ช่วงนั้น EA คือหุ้นเนื้อหอม เพราะโรงไฟฟ้าก็แข็งแกร่ง ไบโอดีเซลก็ยังทำกำไรได้ดี อย่างไรก็ตาม คุณสมโภชน์ ก็ไม่หยุดที่จะมองหา s-curve ใหม่ๆ มาต่อยอดให้โตต่อไปได้เรื่อยๆ

ทำให้ในปี 2560 ตัดสินใจทุ่มเงินกว่า 700 ล้านบาท ซื้อหุ้น Amita Technologies ผู้พัฒนาและผลิตแบตเตอรี่สัญชาติไต้หวัน เพื่อเปิดสตอรี่ใหม่ในธุรกิจแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน

7. และล่าสุด EA ก็ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเป็นของตัวเอง ฝีมือคนไทย 100% ภายใต้แบรนด์ “Mine Mobility” รวมถึงการลงทุนพัฒนาสถานีชาร์จไฟฟ้าไว้อีกด้วย

เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจเมกะเทรนด์อนาคตไกลอย่างแท้จริง ถึงขนาดที่สำนักข่าว Bloomberg ยกให้ EA เป็น TESLA of Thailand !!

8. ปัจจุบัน EA ดำเนินธุรกิจหลัก แบ่งออกมาเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.) กลุ่มธุรกิจไบโอดีเซล 2.) กลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 3.) กลุ่มธุรกิจแห่งอนาคตอื่นๆ เช่น แบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้า และสถานีชาร์จ

แม้ว่าตอนนี้รายได้หลักกว่า 90% จะมาจากกลุ่มไบโอดีเซลและโรงไฟฟ้า แต่ EA ก็ประกาศเป้าหมายอันท้าทายที่จะเพิ่มการเติบโตรายได้จากแบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้า และสถานีชาร์จ เป็น 20% ถึง 30% ภายในปีนี้ให้ได้

9. ย้อนเวลากลับไปเมื่อปี 2556 ตอนที่เข้าตลาดใหม่ๆ EA เป็นเพียงหุ้นขนาดเล็กที่มีกำไรหลัก 100 ล้านบาทเท่านั้น แต่เวลาเพียง 7 ปีเท่านั้น พวกเขาขยายการเติบโตจนล่าสุดในปี 2563 ทำกำไรสุทธิสูงถึงระดับ 5,000 ล้านบาทเข้าไปแล้ว

ถ้าใครถือหุ้น EA ตั้งแต่วันนั้น เชื่อหรือไม่ว่าเงินของเราจะเติบโตมากกว่า 700% เลยทีเดียว

10. การไม่หยุดมองหาโอกาสใหม่ๆ กล้าฝันถึงอนาคต และลงมือทำตลอดเวลา นี่คงเป็น key success สำคัญที่ทำให้ EA เดินทางมาถึงทุกวันนี้

แม้สุดท้ายจะไม่มีใครฟันธงได้ว่าโมเดลธุรกิจใหม่ของ EA จะประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้แค่ไหน แต่อย่างน้อยเราเชื่อว่าพวกเขาคงไม่หยุดที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาอย่างแน่นอน


ติดตามบทความอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่ www.finspace.co
ติดตามเรื่องราวการเงินที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณก่อนใครได้ที่
Facebook : FinSpace
LINE Official : http://bit.ly/2qL8S48
Twitter : http://bit.ly/2keFfVD
Instagram : http://bit.ly/2ktv2o7
Blockdit : https://bit.ly/37EWqmb
กลุ่มความรู้นักลงทุน: http://bit.ly/3clAwZ2
กลุ่มพัฒนาตัวเอง: http://bit.ly/3ejPXnk

Avatar

FinSpace

https://www.finspace.co/

"เรื่องราวการเงินที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณ"

Related post

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *