ETF คืออะไร ? เข้าใจ ETF ทางเลือกใหม่เอาใจคนชอบ “หุ้น” และ “กองทุน”

ETF คืออะไร

สรุปชัดๆ แบบครบๆ ETF คืออะไร ?

ลงทุนแนวใหม่ ได้ใจคนที่ชอบทั้ง “หุ้น” และ “กองทุน”

กองทุน ETF (อีทีเอฟ) เป็นคำที่ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงนี้

ว่ากันว่านี่จะกลายเป็นเทรนด์การลงทุนแห่งอนาคต และช่วยปลดล็อกข้อจำกัดการลงทุนแบบเดิมๆ

แต่ก็เชื่อว่ามีหลายคนที่ยังแอบสงสัยว่า ETF คืออะไรกันแน่ มีจุดเด่นยังไงบ้าง ?

วันนี้ FinSpace เลยจะมาตอบข้อสงสัย พาทุกคนรู้จักกองทุน ETF ไปพร้อมๆ กัน

ETF คืออะไร ?

ETF คืออะไร

ETF ย่อมาจากคำว่า Exchange Traded Fund
เป็นกองทุนที่ลงทุนในดัชนีอ้างอิงต่างๆ เช่น ดัชนี SET50, SET100, กลุ่มอุตสาหกรรม, กลุ่มหุ้นต่างประเทศ, ทองคำ, ราคาน้ำมัน และดัชนีตราสารหนี้ เป็นต้น

แต่ ETF มีจุดเด่นที่ต่างจากกองทุนดัชนีอื่นๆ ทั่วไป คือ สามารถซื้อ-ขาย และมีราคาเคลื่อนไหวแบบ Real time เหมือนกับหุ้นเลย

ทำให้ ETF มีทั้งข้อดีของ “หุ้น” และ “กองทุนรวม” ไว้ด้วยกัน คือ

  • มีความคล่องตัวสูง ราคาซื้อขาย Real-Time เหมือนหุ้น
  • ใช้เงินลงทุนน้อยก็กระจายความเสี่ยงได้ เหมือนกองทุนรวม

ETF เหมาะกับใคร ?

ETF เหมาะกับใคร
  1. ต้องการกระจายความเสี่ยง ด้วยต้นทุนที่ต่ำ
    การซื้อ ETF 1 ตัว ก็เหมือนกระจายเงินลงทุนไปในหลักทรัพย์ทั้งหมดที่อยู่ในดัชนีอ้างอิงนั้นๆ

เช่น ซื้อ ETF ที่ลงทุนใน SET50 ก็แปลว่าเราใช้เงินมาเฉลี่ยซื้อหุ้นทุกตัวใน SET50 นั่นเอง

ซึ่งใช้เงินทุนน้อยกว่ากระจายเงินไปลงทุนเองแน่นอน

  1. ต้องการได้ผลตอบแทนตามดัชนี
    ETF ส่วนใหญ่มีนโยบายลงทุนแบบเชิงรับ (Passvie Fund) ที่เน้นสร้างผลตอบแทนใกล้เคียงตลาดมากที่สุด จึงเหมาะกับคนที่ไม่ชอบเสี่ยงมาก
  2. ชอบเทรดแบบ Real-Time ไม่ต้องรอลุ้นราคากองทุน ณ สิ้นวัน
    กองทุนรวมทั่วไปต้องรอคำนวณราคา NAV ณ สิ้นวัน ทำให้สภาพคล่องซื้อขายสับเปลี่ยนต่ำกว่าตลาดหุ้นที่เทรดแบบ Real-Time

แต่ ETF ดีกว่าตรงที่มีการซื้อขายเหมือนหุ้นเลย นักลงทุนสามารถเห็นราคา ETF และส่งคำสั่งซื้อขายได้ตลอดเวลาในวันเปิดทำการ

  1. ไม่อยากจ่ายค่าบริหารกองทุนแพงๆ
    ETF มีค่าใช้จ่าย และค่าธรรมเนียมบริหารจัดการกองทุนที่ต่ำกว่ากองทุนรวมทั่วไป เนื่องจากใช้กลยุทธ์แบบ Passvie ทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแพงๆ เหมือนกองทุนประเภท Active

ผลตอบแทนของ ETF มาจากไหน ?

ผลตอบแทนของ ETF มาจากไหน

ETF สามารถสร้างผลตอบแทนได้ใน 2 รูปแบบ ได้แก่

  1. รูปของเงินปันผล (Dividend Yield)
  2. ส่วนต่างราคา (Capital Gain)
    ราคาซื้อขาย ETF จะขึ้นลงตามอุปสงค์และอุปทานในตลาด และโดยเคลื่อนไหวตามดัชนีที่กองทุนนั้นใช้อ้างอิง

ทั้งนี้ ผลตอบแทนและความเสี่ยงของ ETF จะมากน้อยตามดัชนีที่ลงทุน

อยากลงทุน ETF เริ่มยังไง ?

ลงทุน ETF

ซื้อกองทุน ETF แบบ step by step

  1. เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ กับ โบรกเกอร์
    ETF เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงต้อง “เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์” กับบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ฯ ก่อน
  2. กำหนดเป้าหมายลงทุน
    ควรตั้งเป้าหมายว่าต้องการสร้างผลตอบแทนเท่าไหร่ รับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน ก่อนเลือกสินทรัพย์ และดัชนีที่อ้างอิง
  3. ตัดสินใจลงทุน โดยเทียบราคาปัจจุบันกับ INAV
    ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรพิจารณาราคาปัจจุบันของ ETF เทียบกับ INAV (มูลค่าทรัพย์สินสุทธิโดยประมาณระหว่างวัน) เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน
  4. ติดตามผล ปรับพอร์ตลงทุน
    หลังลงทุนควรติดตามผล และทบทวนแผนการลงทุนสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้หลุดจากเป้าหมายที่วางไว้ และสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

จัดกลุ่ม ETF เลือกลงทุนให้โดนใจ

ประเภท ETF

เราสามารถจัดกลุ่มกองทุน ETF คร่าวๆ ได้ 5 กลุ่ม ดังนี้
1.หุ้นไทยตามดัชนี เช่น

  • BSET100
  • ESET50
  • TDEX
  • TH100

2.หุ้นไทยตามกลุ่มธุรกิจ เช่น

  • EBANK
  • ECOMM
  • EFOOD
  • ENGY

3.หุ้นต่างประเทศ เช่น

  • CHINA

4.ตราสารหนี้ เช่น

  • ABFTH

5.ราคาทองคำ เช่น

  • GLD
  • TGOLDETF

ติดตามบทความอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่ www.finspace.co
ติดตามเรื่องราวการเงินที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณก่อนใครได้ที่
Facebook : FinSpace
LINE Official : http://bit.ly/2qL8S48
Twitter : http://bit.ly/2keFfVD
Instagram : http://bit.ly/2ktv2o7
Blockdit : https://bit.ly/37EWqmb

อ่านอะไรต่อดี…