FinSpace

NETFLIX ร้านเช่าวิดีโอที่เกือบเจ๊ง | Business Shortcut EP.01

Business Shortcut EP.01 เชื่อไหมว่าบริการ Streaming ระดับโลกอย่าง NETFLIX ครั้งนึงจะเคยเกือบล้มไม่เป็นท่า ถึงขนาดเสนอขายบริษัทให้คู่แข่งมาแล้ว

อะไรทำให้ NETFLIX พลิกวิกฤตกลับมาเติบโตได้อย่างทุกวันนี้ Business Shortcut สรุปมาให้ดูกันแบบเข้าใจง่ายๆ ใน 10 ข้อ

ติดตาม FinSpace ทาง YouTube ที่ https://bit.ly/3C658Kr


1.
จุดเริ่มต้นของ NETFLIX เกิดขึ้นในปี 1997 โดยสองผู้ก่อตั้ง Reed Hastings และ Marc Randolph จากปัญหาของพวกเขาที่เช่าวีดีโอเรื่อง Apollo 13 แล้วโดนค่าปรับ 40 เหรียญ เพราะส่งคืนช้ากว่ากำหนด เลยปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่า ทำไมเราต้องเสียเวลาเดินทางไปคืนแผ่นวีดีโอ และถูกปรับเงินบ่อยๆ ด้วย

2.
ในปี 1997 จึงเกิดโมเดลธุรกิจของ NETFLIX นั่นคือบริการให้เช่า DVD ทางไปรษณีย์ NETFLIX เป็นร้านเช่า DVD เจ้าแรกๆ ในสหรัฐฯ ที่ทำเว็บไซต์ของตัวเอง เพียงลูกค้าเข้ามาจองหนังที่เว็บไซต์ ทางร้านก็จะจัดส่ง DVD ให้เลยถึงหน้าบ้าน

3.
NETFLIX เริ่มมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งในปี 1999 จึงได้เริ่มระบบสมาชิกแบบรายเดือน เช่าหนังได้แบบบุฟเฟต์ ไม่กำหนดเวลาคืน ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ระบบนี้เวิร์คมาก! ลูกค้าเติบโตแบบก้าวกระโดด มียอดสมาชิกทะลุ 300,000 คนภายในเวลาแค่หนึ่งปี

4.
แม้ยอดผู้สมาชิกจะไปได้สวย ทว่า NETFLIX กลับเจอปัญหาลูกใหญ่ เพราะมีต้นทุนเพิ่มสูงมาก เมื่อไปรษณีย์สหรัฐฯ ปรับค่าบริการขึ้น ประกอบกับวิกฤติฟองสบู่ดอทคอม ทำให้ต้องเจอปัญหาเงินสดขาดมือ ตอนนั้น NETFLIX เป็นธุรกิจที่มีลูกค้าเยอะจริง แต่แทบไม่มีกำไร

5.
Reed Hastings พยายามทำทุกทางเพื่อรักษา NETFLIX เอาไว้ ทั้งการลดค่าใช้จ่าย โดยการปลดพนักงานเกือบครึ่งบริษัท และว่ากันว่าในปี 2000 เขาเสนอขายบริษัทให้กับ Blockbuster ผู้นำในธุรกิจเช่าวีดีโอในยุคนั้น

6.
เขาเสนอขายบริษัทด้วยมูลค่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ โดย NETFLIX จะเข้ามาช่วยพัฒนาช่องทางออนไลน์ ส่วน Blockbuster จะดูแลเรื่องหน้าร้านและระบบการจัดส่งทั้งหมด แต่ทว่าดีลนี้ไม่เกินขึ้นจริง! Blockbuster ปัดเสนอทิ้ง พร้อมให้เหตุผลว่าธุรกิจออนไลน์ของ NETFLIX เล็กเกินไปและไม่น่าจะมีมูลค่าขนาดนั้น ทำให้ Reed Hastings โกรธมาก และประกาศว่าจะโค่น Blockbuster ให้ได้

7.
NETFLIX ล้มลุกคลุกคลานอยู่นาน พวกเขากลับมาพัฒนาระบบที่ถูก Blockbuster ปฏิเสธ หนึ่งในนั้นคือ Movie Recommendation ที่ช่วยแนะนำภาพยนตร์ให้กับลูกค้าบนเว็บไซต์ ฟีเจอร์นี้ประสบความสำเร็จมาก ทำให้ NETFLIX มีจำนวนสมาชิกครบ 1 ล้านคน และเริ่มขึ้นมาป็นผู้ให้เช่าวีดีโอรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา

8.
แม้ธุรกิจเช่าวีดีโอกำลังเติบโต แต่พวกเขากลับไม่หยุดอยู่แค่นั้น NETFLIX เชื่อว่าอีกไม่นานอินเทอร์เน็ตจะเปลี่ยนพฤติกรรมการชมภาพยนตร์ของผู้คนไปอย่างสิ้นเชิง ในปี 2007 NETFLIX จึงเลือกเดิมพันครั้งใหม่ ก้าวเข้าสู่บริการ Online Streaming เต็มตัว NETFLIX เลือกถูกฝั่ง อินเทอร์เน็ตที่เร็วขึ้น ทำให้ธุรกิจ Streaming โตอย่างก้าวกระโดด สวนทางกับ Blockbuster ที่ยึดติดกับธุรกิจดั้งเดิม และประกาศล้มละลายในปี 2010

9.
Original Content จุดที่ทำให้ NETFLIX ชนะในเกมนี้ขาดลอย เป็นอีกหนึ่ง turning point เมื่อมีการหันมาทำ NETFLIX Original โดยพัฒนาหนัง-ซีรีส์เป็นของตัวเอง ผลงานแรกเกิดขึ้นในปี 2013 อย่างซีรีส์การเมือง House of Cards ซึ่งดังเปรี้ยงทันที
จนเกิดกระแสปากต่อปาก ยอดสมาชิกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตอนนี้ NETFLIX มีคลังคอนเทนต์ของตัวเองจำนวนมาก และกลายเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์รายใหญ่ของโลกไปแล้ว

10.
ปัจจุบันในปี 2021 NETFLIX มียอดสมาชิกเกินกว่า 200 ล้านราย มูลค่าบริษัททะลุ 7 ล้านล้านบาท เติบโตกว่า 1,000 เท่าในช่วง 20 ปีนี้ อย่างไรก็ดี NETFIX กำลังเผชิญกับศึกษาครั้งใหม่อีกครั้ง กับการแข่งขันที่ดุเดือนของ Online Streaming ที่มีคู่แข่งแข็งโป้ก ทั้ง Amazon Prime Video, Disney+ Hotstar และ Apple TV+


ติดตามบทความอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่ www.finspace.co
ติดตามเรื่องราวการเงินที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณก่อนใครได้ที่
Facebook : FinSpace
LINE Official : http://bit.ly/2qL8S48
Twitter : http://bit.ly/2keFfVD
Instagram : http://bit.ly/2ktv2o7
Blockdit : https://bit.ly/37EWqmb
กลุ่มความรู้นักลงทุน: http://bit.ly/3clAwZ2
กลุ่มพัฒนาตัวเอง: http://bit.ly/3ejPXnk

FinSpace

https://www.finspace.co/

"เรื่องราวการเงินที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณ"

Related post

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *