SSF กองพิเศษ นาทีสุดท้าย ! ลงทุนยังไงให้ปัง…ลดภาษีแบบจัดเต็ม

SSF กองพิเศษ

กองทุน Super Savings Fund พิเศษ (SSFX) เปิดขายมาได้สักพัก ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว FinSpace ก็รู้สึกว่านี่เป็นกองทุนที่มาได้ถูกเวลาทีเดียว

ถามว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น ข้อแรกก็เพราะว่า SSF พิเศษนั้นเป็น Tax fund (กองทุนลดหย่อนภาษี) เน้นลงทุนในหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 65% ที่มาทดแทนการขาดหายไปของ LTF ได้พอดี

ข้อสอง คือ การลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 แสนบาทแบบไม่มีเพดาน ซึ่งช่วยมาเติมเต็มวงเงินของ SSF ปกติ และ RMF ที่ออกมาก่อนหน้านี้

และที่สำคัญคงเป็นเรื่องจังหวะเวลาของ SSF พิเศษ ที่เปิดขายในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในรอบเกือบ 10 ปีก็ว่าได้ จึงเป็นโอกาสเข้าลงทุนอย่างมากสำหรับคนที่ตั้งใจจะถือหุ้นเพื่อลงทุนยาวๆ อยู่แล้ว

แต่ประเด็น คือ เชื่อว่าก็ยังมีหลายคนที่ยังรู้สึกลังเลอยู่ว่าควรจะซื้อกองทุน SSF พิเศษ ดีไหม ? จะคุ้มค่าจริงหรือเปล่า วันนี้เรามีข้อมูลมาช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

เงินเดือนเท่าไหร่ ถึงควรซื้อ SSF พิเศษ

เงินเดือนเท่าไหร่ ถึงควรซื้อ SSF พิเศษ

ก่อนอื่นขออธิบายก่อนว่าถ้าอยากซื้อ SSF พิเศษ แบบคุ้มๆ เราต้องได้ประโยชน์จากทั้ง 2 ส่วน คือ

1. เงินงอกเงยจากผลตอบแทนการลงทุน

2. นำไปช่วยประหยัดภาษี

ดังนั้น เช็กให้ดีว่าฐานภาษีของเราอยู่ที่เท่าไหร่ เพราะหากใครรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี การลงทุนกับ SSF พิเศษ ก็อาจไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร

อย่างไรก็ดี สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั่วไป ถ้าเงินเดือนตั้งแต่ 30,000 บาท ก็ควรต้องเริ่มคิดเรื่องภาษีแล้ว และยิ่งรายได้มากขึ้น ฐานภาษีก็ยิ่งสูงตาม ทำให้การหาตัวช่วยลดหย่อนภาษีอย่าง SSF พิเศษ เป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก

เช่นตัวอย่างในภาพข้างบน จะเห็นว่าแม้จะซื้อ SSF พิเศษ จำนวนเท่ากัน แต่ถ้าฐานภาษีต่างกัน เงินที่ได้คืนจากการประหยัดภาษีก็จะไม่เท่ากัน

รายได้ไม่สูง คุ้มไหมที่จะซื้อ SSF พิเศษ ?

รายได้ไม่สูง คุ้มไหมที่จะซื้อ SSF พิเศษ

คำถามถัดมา แล้วถ้าเราไม่ได้มีรายได้สูงขนาดนั้น การลงทุนใน SSF พิเศษ นั้นคุ้มค่าจริงไหม ?

เรื่องนี้ขอตอบว่าจริงอยู่ยิ่งฐานภาษีสูง ก็ยิ่งนำ SSF พิเศษ มาประหยัดภาษีได้มากกว่า แต่ลองมองอีกมุมหนึ่งแบบที่ไม่เปรียบเทียบกับใคร เราจะพบว่า SSF พิเศษ สามารถตอบโจทย์คนรายได้ปานกลางอยู่หลายเรื่องเลย ได้แก่

1. ไม่มีขั้นต่ำ
เป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ First Jobber สามารถเริ่มสะสมเงินเพื่อลงทุนได้ง่ายขึ้น เพราะไม่มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนเงินซื้อกองทุน มีมากซื้อมาก มีน้อยก็ซื้อน้อยได้

2. ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี
การไม่บังคับให้ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี ทำให้เราไม่ต้องคอยกังวลว่าจะผิดเงื่อนไข และมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น เนื่องจากคนที่เพิ่งเริ่มต้นลงทุน หรือเพิ่งทำงานได้ไม่นาน อาจจะยังไม่ได้วางแผนสำหรับพร้อมที่จะลงทุนต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ

3. ไม่กำหนดเพดานเงินได้
ข้อดีเป็นจุดที่ทำให้ SSFX ตอบโจทย์ผู้ที่มีรายได้ไม่สูงมากได้ดีทีเดียว ไม่ว่าคุณจะมีเงินได้รวมทั้งปีเท่าไหร่ ก็สามารถลงทุน SSFX ได้สูงสุด 200,000 บาท ต่างจากกองทุนลดหย่อนภาษีอื่นๆ ที่มักกำหนดเพดานเงินได้

เพราะฉะนั้น แม้คุณจะรายได้ไม่สูงมาก แต่หากมีเป้าหมายลงทุนให้เงินงอกเงย และประหยัดภาษีไปในตัว SSF พิเศษ นับว่าเป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองห้าม

ยิ่งรายได้สูง ยิ่งห้ามพลาด SSF พิเศษ

ยิ่งรายได้สูง ยิ่งห้ามพลาด SSF พิเศษ

อย่างที่ทราบกันดีว่าปี 2563 มีการปรับเงื่อนไขกองทุนลดหย่อนภาษีใหม่ จากเดิมที่สามารถซื้อ LTF, RMF โดยให้วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุด 1 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี ในปีนี้ LTF หมดอายุลงไป มี SSF กองปกติมาทดแทน และ RMF ก็ได้มีการปรับเงื่อนไขใหม่ ทำให้ตอนแรกวงเงินลดหย่อนภาษีของกลุ่มนี้รวมกันจะเหลือเพียง 500,000 บาทเท่านั้น ซึ่งน้อยลงกว่าเดิมมากทีเดียว และอาจไม่พอสำหรับผู้ที่มีรายได้สูง

แต่การมาของกองทุน SSF พิเศษ ทำให้สามารถลดหย่อนภาษีเพิ่มได้อีก 200,000 บาท โดยไม่ต้องนำไปรวมกับกองทุนอื่นๆ

สรุปแล้วคือ ถ้าซื้อ SSF พิเศษ บวกกับ SSF ปกติ และ RMF เราจะได้วงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุดเป็น 700,000 บาท

โดยเฉพาะใครที่เงินเดือนตั้งแต่ 80,000 บาทขึ้นไป หรือ 1 ล้านบาทต่อปี ซึ่งต้องเสียภาษีในฐานที่สูงมากกว่า 20% การแบ่งเงินมาลงทุนใน SSF พิเศษ จะช่วยให้ได้รับประโยชน์ยิ่งขึ้น และยังเป็นโอกาสลงทุนในหุ้นไทยในจังหวะที่ราคาปรับตัวลงอีกด้วย

คู่มือเลือก SSF พิเศษ ให้เหมาะกับเป้าหมาย

คู่มือเลือก SSF พิเศษ

จะเห็นว่าใครๆ ก็สามารถเลือกลงทุนใน SSF พิเศษ ให้เหมาะสมกับเป้าหมายตัวเองได้ แล้วถ้าสนใจอยากลงทุนจะมีวิธีคัดกองทุนยังไงดีให้คอบโจทย์ ?

วันนี้ FinSpace มีสรุปสูตรเลือก SSF พิเศษ แบ่งเป็น 4 สไลต์มาฝาก

1. ชอบโตตามตลาดแบบมั่นคง
เลือกแบบไหน : กองทุน Passive อ้างอิงดัชนี SET50, SET100 หรือ ดัชนี ESG

2. ชอบหุ้นเน้นๆ ผลตอบแทนชนะตลาด
เลือกแบบไหน : กองทุน Active ที่มีกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นมากกว่า 80%

3. ชอบปันผล ได้กระแสเงินกลับมาเรื่อยๆ
เลือกแบบไหน : กองทุนที่มีนโยบายปันผล เช่น เน้นลงทุนในหุ้นปันผลสูง หรือ REITS เป็นต้น

4. ชอบความบาลานซ์
เลือกแบบไหน : กองทุนที่ลงทุนในหุ้น 65% และกระจายความเสี่ยงกับสินทรัพย์อื่นๆ ที่หลากหลาย ทั้ง ตราสารหนี้, อสังหาฯ, ต่างประเทศ ฯลฯ

รายละเอียด SSF พิเศษ

สรุปแล้วหากคุณเป็นคนที่ต้องการลดหย่อนภาษี มีเป้าหมายการออมระยะยาว รับความเสี่ยงของหุ้นได้ และมองเห็นโอกาสเติบโตกับตลาดหุ้นในอนาคต ก็ไม่ควรที่จะพลาดโอกาสซื้อ SSFX ซึ่งย้ำว่าต้องรีบตัดสินใจแล้ว เพราะเปิดขายถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 เท่านั้น !!!

หากต้องการดูข้อมูลเกี่ยวกับ SSFX เพิ่มเติม Thai Mutualfund : ให้เงินทำงาน ผ่านกองทุนรวม ได้รวบรวมมาให้แล้วที่ > https://setga.page.link/6zpdzKEpLKSfZKHK6

และใครที่อยากวางแผนการเงิน ผ่านกองทุนรวมแบบครบวงจร ต้องบอกว่าห้ามพลาดกับงานสัมมนากองทุนออนไลน์ เริ่ม เลือก ลงทุนกองทุนอะไรดี ??? แนะวิธีสร้างพอร์ต จัดพอร์ต แก้พอร์ตกองทุนรวม และพิเศษสุดกับ Fund List กองทุนฮิตที่ควรมีติดพอร์ตจาก บลจ. ชั้นนำ

? รับชมฟรี ผ่าน Facebook Live Thai Mutualfund: ให้เงินทำงาน ผ่านกองทุนรวม

Link: https://www.facebook.com/thaimutualfund/

ในวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 2563 เวลา 14.00 – 16.00 น. ใครเป็นแฟนพันธ์แท้กองทุนรวม ไม่ควรพลาดครับ


ติดตามบทความอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่ www.finspace.co
ติดตามเรื่องราวการเงินที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณก่อนใครได้ที่
Facebook : FinSpace
LINE Official : http://bit.ly/2qL8S48
Twitter : http://bit.ly/2keFfVD
Instagram : http://bit.ly/2ktv2o7
Blockdit : https://bit.ly/37EWqmb

อ่านอะไรต่อดี…