เฟ้นหาหุ้นเติบโตในทศวรรษหน้า … ใกล้จะถึงยุคที่ “วัตถุ” จะฉลาดกว่า “มนุษย์” แล้วหรือ ?

วัตถุ จะฉลาดกว่า มนุษย์ แล้วหรือ

Internet of Things (IoT) คือ “อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง” หมายถึง การที่อุปกรณ์ต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ ได้ถูกเชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างสู่โลกอินเตอร์เน็ต ทำให้มนุษย์สามารถสั่งการควบคุมการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เช่น การเปิด-ปิด อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น

ความหมายข้างบนบอกเราเป็นนัย ๆ ว่า “อนาคต” กำลังไล่ล่าเราใกล้เข้ามาทุกที … หลาย ๆ สิ่งที่เราต้องใช้คนทำ แต่ในอนาคตอาจจะไม่ต้องใช้แล้ว เราอาจจะใช้สิ่งที่เรียกว่า “ปัญญาประดิษฐ์” หรือ artificial intelligence AI เข้ามาทำแทน และที่สำคัญเจ้า AI อาจจะฉลาดกว่า และทำงานได้มากกว่ากำลังคน 10 เท่า หรือแม้แต่หลายร้อยเท่าก็เป็นไปได้

ในฐานะนักลงทุน เราต้องตระหนักให้ดีว่า สิ่งที่กำลังใกล้เข้ามาจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนของเราอย่างไร ? สิ่งที่เราทำได้ไม่ใช่นั่งหวาดกลัว หรือสวดมนต์ภาวนา แต่เราควรมองหาโอกาสที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงที่อาจรุนแรงที่สุดในโลกนี้ก็เป็นได้ … ลองมาดูกันว่า จะมีอะไรให้นักลงทุนต้องคอยติดตามกันบ้างครับ

วัตถุจะฉลาดกว่ามนุษย์

ประการแรก … “เหมืองทองแห่งใหม่ ขุมทรัพย์ของข้อมูลข่าวสาร (data mining)”

สิ่งที่จะกลายเป็นขุมทรัพย์แห่งใหม่ ๆ คล้าย ๆ กับ “บ่อน้ำมัน” ไม่มีผิดก็คือ ขุมทรัพย์ของข้อมูลข่าวสาร ที่ในวงการเรียกมันว่า การขุดเหมืองข้อมูล หรือ (data mining) สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงโลกอย่างแท้จริง

มีคนเคยทำนายเอาไว้ว่า หากเกิดการบริหารจัดการข้อมูลใน Social Media ด้วย AI อาจจะทำให้การ Search หรือการค้นหาข้อมูลมีความจำเป็นน้อยลงมาก เพราะ AI จะรู้ว่าเราต้องการอะไร เราอยากค้นหาอะไรก่อนที่เราจะรู้ตัวเสียอีก และนั่นจะทำให้การค้นหาข้อมูลของบุคคลแต่ละคนลดลง

ประการที่สอง … “สิ่งของเริ่มจะฉลาดกว่ามนุษย์”

การที่เรานำองค์ความรู้ทั้งหมดของมนุษย์ไปใส่ในคอมพิวเตอร์ และมันจะเรียนรู้อย่างรวดเร็ว ระบบ AI ที่เพิ่งเกิดใหม่ไม่กี่วัน อาจมีความฉลาดเท่า ๆ กับคนที่มีประสบการณ์ยาวนานมาหลายสิบปี และที่สำคัญมันฉลาดเท่ากับคนเป็นร้อย เป็นพันคนในระบบเดียว

สิ่งนี้จะทำให้การตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ โดยมนุษย์ลดความสำคัญลง ไม่แน่ว่าอนาคตเราอาจไม่ต้องมานั่งเล่นหุ้นเองแล้ว แต่ให้ “ระบบหุ้น” ตัดสินใจแทนเรา และนั่นจะทำให้เซียนหุ้นอวสานอย่างแท้จริงก็ได้

แต่อย่างไรก็ตาม ในประเด็นนี้มีหลายคนแย้งผมว่า ยังไงการลงทุนระยะยาวแนวเน้นคุณค่า น่าจะยังอยู่ได้ เพราะการลงทุนรูปแบบนี้ไม่ต้องตัดสินใจรายวัน แต่ตัดสินใจปีละไม่กี่ครั้ง และถือยาว ซึ่งผมเองก็คิดว่ามีความเป็นไปได้ แต่การถือหุ้นยาว ๆ ในอนาคตอาจถูก Disrupt หรือไม่ หากกิจการที่เราถือต้องปรับตัวตลอดเวลาเพื่อสู้กับเทคโนโลยี และต้องปรับตัวเร็วเสียด้วย น่าคิดนะครับ

ประการสุดท้าย … “หุ่นยนต์ กับสังคมผู้สูงอายุ”

อย่างที่เรารู้กันดีอยู่แก่จิตใจเราว่า … ประเทศเรากำลังกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ และจะเริ่มเร่งตัวเร็วขึ้นจนกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุแบบเต็มรูปแบบภายในปี 2030 และนั่นจะทำให้ “ภาพ” ของสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมากมายอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน

การมาของหุ่นยนต์ อาจช่วยรองรับสังคมผู้สูงอายุ ที่เริ่มเดินลำบาก สายตาเริ่มฟาง การเคลื่อนไหวไม่คล่องตัวเหมือนตอนหนุ่ม ๆ สาว ๆ และนั่นอาจเป็นประเด็นดี ๆ ที่รอเราอยู่ก็ได้นะครับ

ข้อสรุป และข้อคิดก็คือ … การมาของเทคโนโลยี AI ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ Big Data และ 5G สิ่งเหล่านี้จะมาสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทยอย่างแน่นอน ในมุมมองของนักลงทุน เราต้องมองหาโอกาสในวิกฤติที่อาจจะเกิดขึ้น “วิกฤติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงนี้” จะส่งผลกระทบอย่างไรกับเราบ้าง ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเลยนะครับ #นายแว่นลงทุน


ติดตามบทความ การเงิน สนุกๆกันต่อได้ที่ FinSpace – Finance
ติดตามบทความอื่น ๆ ของ Guru นายแว่นลงทุน
ได้ที่ Website :  www.topofliving.com
หรือ Facebook : นายแว่น ลงทุน – Naiwaen Investment