เกาะกระแสการลงทุนเฟ้น หุ้นระยะยาว … “เม็ดเงินจำกัด ลงทุนอย่างไรดี ?

หุ้นระยะยาว

เกาะกระแสการลงทุนเฟ้น หุ้นระยะยาว … “เม็ดเงินจำกัด ลงทุนอย่างไรดี ?”
สำหรับคนที่เริ่มต้นลงทุน ด้วยเงินก้อนเล็ก หรือมีเงินเริ่มต้นไม่มาก เรียกว่า “ต้นทุนชีวิต” น้อยกว่าคนอื่น แต่อยากลงทุนให้ประสบความสำเร็จ ควรทำอย่างไรดีนะ ?

คำตอบของคำถามก็คือ … หากต้นทุนชีวิตเราน้อย เราก็ต้องพิจารณาไปในทางอื่น ๆ ว่า … อะไร ? ที่ยังเป็นข้อได้เปรียบของเรา

สำหรับปัจจัยที่เราจะลงทุนให้ประสบความสำเร็จนั้น มีอยู่หลัก ๆ 3 ปัจจัย ได้แก่ เม็ดเงินเริ่มต้น ระยะเวลาในการลงทุน การจัดพอร์ตลงทุน และการเลือกหุ้นให้ถูกตัว … เรามาดูกันทีละข้อเลยดีกว่าว่า … หากเราคิดจะลงทุนด้วยเงินก้อนน้อยควรทำอย่างไร โดยเฉพาะการลงทุนในหุ้น ไปติดตามกันครับ

ปัจจัยแรก … “ต้นทุนเริ่มต้น”

ต้นทุนเริ่มต้น

หากเราเริ่มต้นด้วยเงินหลักล้าน แน่นอนที่สุดว่าเราย่อมมีความได้เปรียบคนที่เริ่มต้นด้วยเงินหลักแสน หรือหลักหมื่น แม้แต่หลักพันบาท

อย่างไรก็ดี การเริ่มต้นด้วยเงินน้อยใช่ว่าจะเสียเปรียบเสมอไป ส่วนตัวผมเองก็เริ่มต้นลงทุนด้วยเงิน “หลักหมื่น” วิธีการที่เราจะทำให้เงินหลักหมื่นเปลี่ยนเป็นเงินหลักแสน ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

สำหรับคนมีเงินก้อนเล็ก และเงินก้อนนี้เรายอมรับความเสี่ยงได้สูงอยู่แล้ว ผมคิดว่า เราสามารถนำเงินก้อนเล็กมาลงทุนในหุ้นประเภทที่ให้ผลตอบแทนสูง เช่น หุ้นวัฏจักร หรือ หุ้นพลิกฟื้น ได้นะครับ

ผมเองลงทุนในหุ้นพลิกฟื้นด้วยเงินก้อนเล็ก หุ้นตัวนั้นก็คือ BMCL หรือ รถไฟฟ้าใต้ดิน โดยหุ้นตัวนี้ปัจจุบันคือ BEM ที่ต้องบอกว่าพลิกจากธุรกิจที่เกือบล้มละลายมายืนได้อย่างสง่างาม ทำให้เม็ดเงินของผมเติบโตขึ้นมาเป็นเท่าตัว แต่ก็ต้องใช้เวลารอนานกว่า 3-4 ปีขึ้นไป

หากเรามีทุนน้อย ผมคิดว่าการลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้อาจเป็นคำตอบ แต่เราต้องมีความรู้ความเข้าใจพอสมควร หากเราไม่ถนัดจริง ๆ ลองไปดูปัจจัยข้อต่อไปครับ

ปัจจัยที่สอง … “ระยะเวลาในการลงทุน”

ระยะเวลาในการลงทุน

ถ้าเราเอาชนะด้วยความรู้ความชำนาญ และเลือกลงทุนในหุ้นพลิกฟื้น หรือหุ้นวัฏจักรไม่ได้ สู้คนเก่ง ๆ ไม่ไหว ผมคิดว่า “ระยะเวลาในการลงทุน” อาจช่วยตอบคำถามเราได้

ถ้าเราเริ่มต้นด้วยเงินหลักพันต่อเดือน เช่น เราแบ่งเงินมาลงทุนเดือนละ 5,000 บาทต่อเดือน เท่ากับปีหนึ่งเราจะมีเงินลงทุน 60,000 บาท หากเราลงทุนในหุ้นดี หุ้นแข็งแกร่ง หุ้นขนาดใหญ่พิมพ์นิยมที่ไม่เจ๊งง่าย ๆ ได้ผลตอบแทนแค่ปีละ 10% ต่อปี ภายในไม่เกินสิบปี เงินของเราจะกลายเป็นเงินล้านได้

ที่จริงมีหลายบทความก็กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวเอาไว้ เช่น ลงทุนในหุ้น CPALL ทิ้งไว้สิบปี เงินจะงอกเป็น 4-5 เท่าตัว อะไรทำนองนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่า เราซื้อ CPALL ตอนนี้ ซึ่งมันใหญ่มาก ๆ แล้ว จะทำให้เรารวยได้นะครับ เราต้องพิจารณาให้ดี แต่เราแค่คาดหวังผลตอบแทน 10% ต่อปี และให้ระยะเวลาผ่านไปทำให้เงินมันงอกขึ้นเรื่อย ๆ อย่างใจเย็นจะดีกว่า

ปัจจัยที่สาม … “การจัดพอร์ตการลงทุน”

การจัดพอร์ต

สำหรับคนที่เงินน้อย ๆ ผมคิดว่า … เราสามารถจัดพอร์ตลงทุนแบบโฟกัส กับหุ้นน้อย ๆ ตัวได้ ไม่ควรกระจายการลงทุนแบบเบี้ยหัวแตก การจัดพอร์ตกับหุ้นน้อยตัวที่เรามั่นใจ เวลาหุ้นมันขึ้นเราจะได้เป็นกอบเป็นกำมากกว่าการกระจายการลงทุน

ผมเคยถือหุ้นตัวเดียวทั้งพอร์ต นั่นก็คือ BEM และนั่นทำให้ผมได้รับผลตอบแทนกลับมาเป็นกอบเป็นกำ แต่หลังจากนั้นผมเองก็เริ่มกระจายการลงทุน แต่หุ้นตัวหลัก ๆ ก็ยังมีไม่เกิน 5 ตัว เพราะพอร์ตผมก็ยังไม่ใหญ่มาก

ปัจจัยที่สี่ … “การเลือกหุ้นให้ถูกตัว”

การเลือกหุ้นให้ถูกตัว

สำหรับการเลือกหุ้นให้ถูกตัว ถือเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับผมแล้ว ถ้าจะเลือกลงทุนหุ้นแบบมีน้ำหนักซักตัว ในใจจะคิดไว้เลยว่าจะต้องถือไว้อย่างน้อย 3-5 ปีขึ้นไปเท่านั้น ถ้าไม่คิดจะถือนาน ก็จะไม่เลือกแต่แรก การทำแบบนี้จะทำให้เราคัดหุ้นที่ดีจริง ๆ หุ้นที่เราเข้าใจจริง ๆ เท่านั้น

ข้อสรุป และข้อคิด

ข้อคือเงินก้อนเล็กทำเงินล้าน

ข้อสรุป และข้อคิดก็คือ … มีเงินก้อนเล็ก ก็สามารถทำเงินล้านได้ ผมเองพิสูจน์ด้วยตัวเองมาแล้ว แม้พอร์ตผมจะไม่ใหญ่โต แต่ถ้าเทียบกับอดีต ถือว่าพอใจครับ เริ่มจากการลงทุนแบบโฟกัส ให้ระยะเวลาการลงทุนยาวนานเสียหน่อย จัดพอร์ตให้แกร่ง และเลือกหุ้นให้ถูกตัวนะครับ #นายแว่นลงทุน

ติดตามบทความ การเงิน สนุกๆกันต่อได้ที่ FinSpace – Finance
ติดตามบทความอื่น ๆ ของ นายแว่นลงทุน ได้ที่ https://www.facebook.com/NaiwaenTammada/